มู่เฉียนซีกล่าว “ข้าเป็นนักปรุงยา กระบี่เล่มนั้นแทงเอียง ไม่ทำให้เขาตายหรอก!”
วินาทีสุดท้ายนางก็ยังยั้งมือไว้ไมตรีอยู่
ซวนอีได้ยินเช่นนี้ก็โล่งอกไปเปราะหนึ่ง!
“เขาถูกเงาเงาหนึ่งเอาตัวไป มันเป็นวิธีที่ฝึกฝนเดียวกันกับสายเลือดของเขา น่าจะเป็นคนในตระกูลเขา เขาคงจะไม่เป็นอะไรหรอก!”
ชั่วครู่หนึ่งสีหน้าของซวนอีก็ซีดเผือดลง เขากล่าว “ตระกูลของนายน้อยถูกฆ่าล้างตระกูลไปตั้งแต่สิบกว่าปีก่อนจนสิ้นแล้ว นอกจากนายน้อยแล้วก็ไม่มีผู้ใดมีชีวิตรอดแม้แต่คนเดียว คนผู้นั้น เป็นใครกันแน่?”
คนที่ไร้ที่มาที่ไปคนหนึ่งเอาตัวนายน้อยที่กำลังบาดเจ็บสาหัสไปเช่นนี้ ซวนอีรู้สึกร้อนรนใจเป็นอย่างยิ่ง
สีหน้าของมู่เฉียนซีก็เปลี่ยนไปเล็กน้อยเช่นกัน “หรือไม่คนในตระกูลเขาอาจจะมีคนมีชีวิตรอดมาก็ได้ หรือไม่ก็เป็นมู่หลินหลางที่ช่วยเขาไว้ แต่หากว่าเป็นศัตรูฉวยโอกาสนี้…”
คนผู้นั้นรวดเร็วมากจนนางไม่สามารถขวางเอาไว้ได้
ตุบ! ในตอนนี้เองซวนอีก็คุกเข่าลงตรงหน้ามู่เฉียนซีแล้ว
“นี่เจ้าทำอะไรของเจ้า?”
“แม้ว่านายน้อยจะสั่งให้พวกเราองครักษ์ซวนฟังคำสั่งท่าน แต่ได้โปรดให้ข้าจากไปเถอะ พวกเราจะออกไปตามหานายน้อย ได้โปรดประมุขน้อยมู่ยกโทษให้พวกเราด้วย”
มู่เฉียนซีกล่าว “แม้ว่าอวิ๋นซิวจะสั่งพวกเจ้าเอาไว้ แต่ข้าเองก็ไม่อยากฝืนใจพวกเจ้า อยากทำสิ่งใดก็ทำเถอะ! หาเขาให้เจอให้ได้นะ!”
นางรู้ว่าใจจริงเฟิงอวิ๋นซิวไม่ได้อยากฆ่านาง และแน่นอนว่านางไม่อาจ