ลังเก็บตัวฝึกบำเพ็ญอยู่หรือว่าอยู่ที่ใด ให้ส่งตัวเขามาที่ตำหนักเป่ยหานโดยด่วน! ข้าอยากเชิญเขามาเป็นแขกที่ตำหนักเป่ยหานสักสองสามวัน คำขอนี้คงจะไม่เกินไปกระมัง!”
“เรื่องนี้ เอ่อ…”
“วางใจได้ โอรสศักดิ์สิทธิ์ฟ้านอินเป็นคนที่จิตใจดีมีเมตตา ไม่ว่าใครก็ไม่อาจฆ่าเขาได้หรอก ข้าเองก็จะไม่ฆ่าเขาเช่นกัน หัวหน้าแคว้นไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย แต่หากท่านไม่ตอบตกลง เรื่องในวันนี้ ตำหนักเป่ยหานไม่จบง่าย ๆ แน่”
หัวหน้าแคว้นเทพฟ้านอินกล่าวอย่างทอดถอนใจว่า “ตกลง!”
คนของแคว้นเทพฟ้านอินล่าถอยไปแล้ว ตอนนี้ก็เหลือเพียงแค่คนของหอหมอปีศาจกับตำหนักเป่ยหาน
ส่วนคนอื่น ๆ ที่มาดูชมการประลองก็ได้ล่าถอยไปตั้งแต่เกิดการต่อสู้กันก่อนหน้านี้แล้ว เพราะกลัวว่าจะโดนลูกหลง
ไม่นานนักจื่อโยวก็กลับมา
จื่อโยวกล่าวด้วยสีหน้าขมขื่นว่า “เยี่ย หมิงจีหนีไปแล้ว”
“หนีไปแล้วอย่างนั้นเหรอ!” ชั่วครู่หนึ่ง อุณหภูมิทั่วทั้งเกาะไม่หวนคืนก็ลดต่ำลงมาก
จื่อโยวเองก็หวาดกลัวจนเหงื่อเย็นท่วมตัว “มีคนช่วยนางเอาไว้ เห็นไม่ชัดว่าคนผู้นั้นเป็นใคร แต่ข้าก็ไล่ตามไปแล้ว แต่คนพวกนั้นก็ยังหนีไปได้”
“เจ้ากลับไปที่คุกโลหิตได้แล้ว ไปรับโทษที่ทะเลโลหิต ทะเลเพลิงซะ!”
สีหน้าของจื่อโยวเจ็บปวดขึ้นมาทันที “เยี่ย นี่มันโหดร้ายเกินไปแล้วกระมัง! ข้าต้องถูกถลกเนื้อหนังมังสาเป็นแน่ พระเจ้าช่วย! ข้าจะอยู่ปกป้องคนงามที่ดินแดนสี่ทิศ เจ้า…”
จิ่วเยี่ยกอดมู่เฉียนซี