สิ่งที่ทำให้ทุกคนตกตะลึงนั่นก็คือ ภายใต้ลมพายุของพลังจิตอันรุนแรงและน่าสะพรึงกลัวนี้ มู่เฉียนซีกลับยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นโดยไม่สะทกสะท้านแต่อย่างใดเลย
พลังจิตอันน่าสะพรึงกลัวที่สุดอีกพลังหนึ่งพัดกระโชกกดขี่ข่มเหงเข้ามา ชั่วครู่หนึ่งหมิงจีก็รู้สึกว่าพลังจิตของตนเองแทบจะพังทลายลงแล้ว
ใบหน้างามพลันเปลี่ยนเป็นโครงกระดูกสีดำไปแล้ว แต่ดวงตาคู่นั้นของไป๋เหยียนเอ๋อร์ยังคงอยู่
นางตกตะลึงพรึงเพริดเป็นอย่างยิ่ง ดวงตาคู่นั้นแทบจะถลนออกมาจากใบหน้าโครงกระดูกดำนั่น “เป็นเช่นนี้ไปได้ยังไง?”
“เจ้า…เหตุใดพลังจิตของเจ้าถึงได้แข็งแกร่งถึงเพียงนี้?”
ไป๋อู๋ห่ายเองก็ตกใจแล้วเช่นกัน เขากล่าว “หัวหน้าแคว้นเทพฟ้านอิน ต้องมีคนช่วยมู่เฉียนซีแน่ ๆ มู่เฉียนซีนางเป็นแค่สาวน้อยวัยสิบเจ็ดปี จะมีพลังจิตแข็งแกร่งเช่นนี้ได้อย่างไรกัน!”
สุนัขรับใช้ของมู่หลินหลางเหล่านั้นต่างก็กล่าวขึ้นเสียงเซ็งแซ่เช่นกันว่า “นั่นน่ะสิ! เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด ต่อให้เป็นพระนางของพวกข้าก็ไม่มีทางมีพลังจิตที่กดขี่ข่มเหงได้ถึงเพียงนี้!”
หัวหน้าแคว้นเทพฟ้านอินก็เป็นคนที่มีความรู้กว้างขวางผู้หนึ่ง แต่พลังจิตที่แข็งแกร่งเช่นนี้ เขากลับไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน
หัวหน้าแคว้นเทพฟ้านอินกล่าว “แต่ถึงกระนั้น พวกเราก็ไม่มีหลักฐาน”
หากบอกว่ามีคนช่วยนาง แต่พวกเขาก็หาคนที่ช่วยนางมาพิสูจน์ในสิ่งที่พูดไม่ได้
ไป๋อู๋ห่ายกล่าว “ต้องเป็นหมอปีศาจมู่ซีแน่นอน คนผู้นั้นแข็