น”
หัวหน้าแคว้นเทพฟ้านอินพยักหน้าพลางกล่าว “ใช่!”
หนังสือข้อตกลงแผ่นสีทองนั้นปรากฏลอยขึ้นอยู่กลางอากาศ เมื่อแสงสีทองเปล่งประกายขึ้น ทุกคนก็ได้เห็นข้อความที่ได้ตกลงกันไว้ในหนังสือแผ่นนี้
หากตำหนักตงจี๋พ่ายแพ้ ตำหนักตงจี๋จะต้องส่งตัวผู้อาวุโสสูงสุดผู้ทรยศของตำหนักเป่ยหานกลับมา ไป๋อู๋ห่ายกับไป๋เหยียนเอ๋อร์จะต้องตาย
เส้นเลือดบนหน้าผากไป่อู๋ห่ายกระตุกขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยว “มู่เฉียนซี นี่เจ้าจะฆ่ากันจริง ๆ อย่างนั้นรึ?”
“ไป๋อู๋ห่าย เลิกพูดจาไร้สาระได้แล้ว! วันนี้ข้าจะฆ่าไป๋เหยียนเอ๋อร์ ใครก็ขวางข้าไม่ได้”
“ข้าจะสู้สุดชีวิต!” ไป๋อู๋ห่ายตะโกนออกมาด้วยความโกรธ ดวงตาพลันเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ
มู่เฉียนซีตะโกนว่า “หัวหน้าแคว้นเทพฟ้านอิน ท่านเป็นผู้ตัดสิน ท่านเป็นพยาน! ตอนนี้มีคนจะทำผิดข้อตกลง ท่านควรจะแสดงออกมากกว่านี้สักหน่อยไม่ใช่เหรอ”
ทันทีที่มู่เฉียนซีกล่าวจบ อรหันต์ทั้งสิบแปดองค์แห่งแคว้นเทพฟ้านอินก็ลงมือทันที ส่วนหัวหน้าแคว้นเทพฟ้านอินก็ยับยั้งคนขอตำหนักตงจี๋เอาไว้
ตำหนักเป่ยหานกับแคว้นเทพฟ้านอินร่วมมือกัน คนของตำหนักตงจี๋เหล่านั้นก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขาแล้ว
“มู่เฉียนซี!” ไป๋อู๋ห่ายโกรธจนดวงตาแทบลุกเป็นไฟ อีกทั้งยังไม่สามารถขวางนางได้
“บัดซบ!” เสียงกร่นด่าดังก้องขึ้นในหัวของไป๋เหยียนเอ๋อร์
“แม้ว่าจังหวะมันยังไม่พอดี แต่ก็พอถู ๆ ไถ ๆ ได้ อุทิศวิญญาณเจ้าให้ข้าเถอะ!”
ไป๋เหยียนเอ๋อร์กล่าวด