ยั้ง
“สุดท้ายแล้วเจ้าก็ต้องลงเอยด้วยการดิ้นรนที่ไร้ประโยชน์เหล่านี้ มันไม่มีความหมายหรอกนะ!”
พลังของหมิงจียิ่งยับยั้งมู่เฉียนซีมากขึ้นเรื่อย ๆ “ตอนนี้ข้าแตะต้องหวงจิ่วเยี่ยไม่ได้ แต่ฆ่าคนที่เขาสนใจเช่นเจ้าไปก่อนก็ไม่เลว! ช่วยไม่ได้ ก็ใครใช้ให้เขาบีบให้ข้ามาอยู่ในจุดนี้กันเล่า”
รอบบริเวณเต็มไปด้วยจิตสังหารอันแรงกล้า สุดท้ายมู่เฉียนซีก็ไม่หลบหลีก ก่อนจะถูกพลังแห่งนรกสีดำมืดนั้นพัวพันเข้ามา
บรรยากาศโดยรอบควบแน่นมากขึ้นจนร่างของมู่เฉียนซีไม่สามารถขยับได้
ในตอนนี้หมิงจีเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้มู่เฉียนซีแล้วและกล่าวว่า “เจ้าโง่นั่นบอกว่าหากฆ่าเจ้ามันจะง่ายเกินไป ทรมานเจ้าก่อนจะดีกว่า เจ้า…”
“ตำหนักเป่ยหานของข้า ยอมแพ้!” น้ำเสียงอันตื่นตระหนกตะโกนดังขึ้น
กู้ไป๋อีฟื้นขึ้นมาก็เห็นมู่เฉียนซีกำลังตกอยู่ในอันตรายเช่นนี้ เขาไม่อาจคิดมากได้
ไป๋อู๋ห่ายยิ้มพลางกล่าว “กู้ไป๋อี เจ้าก็มีวันที่ร้อนใจด้วยเหรอ! เจ้าจะบอกว่ายอมแพ้ไม่ได้นะ ต้องให้เจ้าตัวผู้ที่อยู่บนแท่นประลองนั่นเป็นคนพูดยอมแพ้เอง”
ชั่วครู่หนึ่ง หมิงจีก็ยื่นมือไปหมายจะบีบคอมู่เฉียนซี ต้องการให้นางพูดคำว่ายอมแพ้ไม่ออก จากนั้นก็ค่อย ๆ ทรมานนางอย่างช้า ๆ
แต่หมิงจีกลับคิดไม่ถึงว่าก่อนที่มือนางจะสัมผัสคอมู่เฉียนซี นางก็รู้สึกว่าร่างกายไม่ฟังคำสั่งของนางเลย
ชั่วพริบตาเดียวมือคู่นั้นของนางก็เหลือเพียงแค่กระดูก ส่วนอื่นกลับหายไปอย่างแปลกประหลาด
หมิงจ