“เวลาหนึ่งชั่วยามผ่านไปแล้ว มู่เฉียนซี เจ้ายังมีความกล้าที่จะประลองกับข้าหรือไม่?” ไป๋เหยียนเอ๋อร์เดินไปข้างหน้าพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงถือดี
“แต่หากว่าเจ้าจะยอมแพ้ตอนนี้ก็ย่อมได้ เจ้าฆ่าตัวตายซะตั้งแต่ตอนนี้สิ!” ในตอนนี้ไป๋เหยียนเอ๋อร์หยิ่งผยองยิ่งนัก
มู่เฉียนซียิ้มเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวว่า “ไป๋เหยียนเอ๋อร์ เจ้าเสียงดังน่ารำคาญนัก!”
หัวหน้าแคว้นเทพฟ้านอินกล่าว “ในเมื่อการประลองสองสนามแรกเสมอกัน สนามสุดท้ายนี้ก็ถือว่าเป็นสนามตัดสินแพ้ชนะก็แล้วกัน ประมุขน้อยมู่เฉียนซีแห่งตำหนักเป่ยหานกับธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งตำหนักตงจี๋ไป๋เหยียนเอ๋อร์ ผู้ใดมีความเห็นต่างหรือไม่?”
ไป๋เหยียนเอ๋อร์กล่าว “ไม่มีเจ้าค่ะ!”
มู่เฉียนซีก็ขานรับ “ไม่มี!”
“เช่นนั้นก็เริ่มประลองสนามสุดท้ายได้!”
ทันทีที่หัวหน้าแคว้นเทพฟ้านอินกล่าวจบ ไป๋เหยียนเอ๋อร์ก็พุ่งตัวไปที่แท่นประลองด้วยความเร็วที่เร็วที่สุด
ต่างจากมู่เฉียนซีที่เดินไปที่แท่นประลองด้วยท่าทางผ่อนคลายสบาย ๆ โดยที่ไม่เก็บคู่ต่อสู้อย่างไป๋เหยียนเอ๋อร์มาใส่ใจเลยแม้แต่น้อย
ไป๋เหยียนเอ๋อร์รู้สึกโกรธจนสีหน้าดำคล้ำขึ้น มุมปากของเหล่าผู้ชมการประลองก็กระตุกขึ้นเล็กน้อย
ผู้นำตระกูลมู่ นี่เป็นสนามตัดสินชะตาชีวิตของสองตำหนักแล้ว แต่ท่านกลับทำท่าทางผ่อนคลายสบายใจเช่นนี้มันจะดีจริง ๆ เหรอ
มู่เฉียนซีมองหน้าไป๋เหยียนเอ๋อร์พลางกล่าว “ไป๋เหยียเอ๋อร์ วันนี้เจ้าเป็นคนหาเรื่องใส่ตัวเองนะ