บหรือรับรู้ได้เลย แล้วนี่ยังมีโอกาสชนะได้มากเพียงใดกัน
และแน่นอนว่าสถานการณ์ของเฟิงอวิ๋นซิวตอนนี้น่าสังเวชยิ่งกว่า
เงากระบี่ของกู้ไป๋อีไม่มีรูปลักษณ์ ปราณกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวของกู้ไป๋อีทำให้เฟิงอวิ๋นซิวยากที่จะหลบหลีกได้
ฉึก ฉึก ฉึก! เฟิงอวิ๋นซิวถูกปราณกระบี่บีบบังคับจนถอยร่นไป ขณะเดียวกันปราณกระบี่ก็พุ่งไปโจมตีจุดสำคัญของเขาราวกับตาเห็น
“วายุพิฆาต!”
“เปลวไฟทำลาย!”
เฟิงอวิ๋นซิวที่เป็นผู้บำเพ็ญภูตพลังธาตุคู่ย่อมมีข้อได้เปรียบอยู่แล้ว เขาพยายามอย่างสุดกำลังเพื่อหลบหลีกปราณกระบี่นับไม่ถ้วนนี้ แต่แขนกับบริเวณเอวของเขาก็ยังคงมีเลือดกระฉูดออกมาอยู่ดี
ถึงกระนั้น มู่เฉียนซีก็รู้ดีว่าสถานการณ์ของเสี่ยวไป๋ก็ไม่ค่อยจะดีนัก
จื่อโยวกล่าว “โชคดีที่กู้ไป๋อีมีประสบการณ์การต่อสู้มากกว่าเฟิงอวิ๋นซิวมานานกว่าสิบปี มิเช่นนั้นการประลองสนามนี้น่าเป็นห่วงแน่”
สภาพของทั้งสองน่าสังเวชมาก นี่เป็นการประลองนองเลือดที่น่าหวาดเสียวมากจริง ๆ
มู่เฉียนซีกำหมัดแน่น ดวงตาจ้องมองไปยังร่างในชุดขาวที่ถูกย้อมไปด้วยโลหิตสีแดงสดนั้น ก่อนจะตะโกนขึ้นว่า “เสี่ยวไป๋…”
มู่เฉียนซีไม่ทันได้กล่าวอะไรออกไป พลังของกู้ไป๋อีก็ระเบิดขึ้นอีกครั้ง
“ข้าไม่แพ้เด็ดขาด! ไม่ต้องห่วง!” กู้ไป๋อีกล่าวเสียงขรึม
นั่นคือเจตจำนงในการต่อสู้ของผู้แข็งแกร่ง ไม่ยอมแพ้เด็ดขาด
กระบี่เฉียนหานคึกคักขึ้นเพราะเจตจำนงในการต่อสู้ของเจ้านายของมัน ในตอนนี้มู่