แดนตะวันออกเกิดเรื่องวุ่นวายเช่นนี้ขึ้น ไป๋อู๋ห่ายจึงส่งคนไปตามหาผู้กระทำความผิดและสั่งฆ่าคนผู้นั้นทันที เป็นเวลาเดียวกันที่จู่ ๆ ตำหนักเป่ยหานก็มีแขกท่านหนึ่งมาเยือน
เป็นชายหนุ่มหน้าตางดงาม ท่าทางสง่าผ่าเผยและดูอ่อนโยนมากผู้หนึ่ง
รอยยิ้มของเขาดูอ่อนโยนราวกับสายลมในวสันตฤดู ดวงตาคู่นั้นส่องประกายความเจ้าเล่ห์อยู่เล็กน้อย
เมื่อมู่เฉียนซีเห็นคนผู้นี้แล้ว นางก็ยิ้มพลางกล่าวว่า “น่าหลาน ตอนที่ข้ารู้ข่าว ข้าก็รู้แล้วล่ะว่าที่การค้าในแดนตะวันออกย่ำแย่ถึงเพียงนี้เป็นฝีมือเจ้า”
น่าหลานอวี้ยิ้มอย่างอ่อนโยนพลางกล่าว “ก็ใช่น่ะสิ! เป็นฝีมือข้าเอง แต่ตอนนี้ข้าถูกคนของตำหนักตงจี๋ตามฆ่าอยู่ เฉียนซีเจ้าต้องรับดูแลข้านะ อย่างไรเสียก็ไม่มีที่ใดจะปลอดภัยไปกว่าตำหนักเป่ยหานอีกแล้ว”
ทันทีที่น่าหลานอวี้กล่าวจบ เขาก็รู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว
ชายชุดขาวราวหิมะที่เย็นชาดุจดั่งรูปปั้นอันเย็นยะเยือกผู้หนึ่งกำลังจ้องมองมาที่เขาด้วยสายตาอันหนาวเหน็บ
น่าหลานอวี้ยิ้มอย่างสงบพลางกล่าวว่า “ท่านผู้นี้ก็คงจะเป็นท่านหัวหน้าตำหนักเป่ยหานกระมัง!”
มู่เฉียนซีกล่าว “เสี่ยวไป๋ นี่คือน่าหลานอวี้ เขาเป็นสหายข้า! รู้จักกันตอนที่อยู่เซี่ยโจว เจ้าเห็นเขายิ้มแย้มสดใสเช่นนี้ แต่อันที่จริงเขาร้ายกาจมากนะ! เจ้าต้องระวังให้ดีล่ะ อย่าให้เขาหลอกเอาเจ้าไปขายแลกเงินได้!”
มุมปากของน่าหลานอวี้กระตุกขึ้นเล็กน้อย หลังจากที่ออกมาจากเซี่ยโจว ดินแ