็สังเกตเห็นแล้วว่ากู้ไป๋อีแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมจนน่ากลัว สีหน้าเขาเคร่งเครียดขึ้น ดูท่าภารกิจในครั้งนี้ไม่มีทางสำเร็จได้แล้ว
ถอย! ในหัวของผู้อาวุโสสูงสุดมีเพียงแค่คำนี้แล้ว
กู้ไป๋อีกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ไป๋อู๋ห่าย ในเมื่อมาแล้วก็อยู่ที่นี่เถอะ!”
มู่เฉียนซีเหลือบมองผู้อาวุโสสูงสุดพลางกล่าวว่า “ในเมื่อมาแล้วก็อย่าคิดว่าจะมีชีวิตรอดกลับไปได้!”
ตูม! อาวุธวิญญาณขนาดมหึมาแผ่ซ่านไปทั่วทั้งสนามรบ คนของตำหนักตงจี๋เหล่านั้นต้องการจะหนีเอาชีวิตรอด และแน่นอนว่าพวกเขาย่อมทำทุกอย่างอย่างสุดชีวิต
ลอบโจมตีไม่สำเร็จอีกทั้งยังถูกสังหารอยู่ที่แดนเหนืออีก ช่างน่าสังเวชเกินไปแล้ว
การปรากฏตัวของมู่เฉียนซีเป็นการพลิกสถานการณ์การสู้รบจริง ๆ!
และการปรากฏตัวของกู้ไป๋อี ก็ทำให้คนของตำหนักตงจี๋ไม่กล้าลงมือสังหารแล้ว พวกเขาพ่ายแพ้จนยับเยิน!
ต่อมาก็กำราบคนเลวที่พ่ายแพ้อยู่ให้สิ้นซาก!
อ๊า! เสียงกรีดร้องอันน่าสังเวชดังขึ้น คนของตำหนักตงจี๋พ่ายแพ้อย่างสมบูรณ์
ผู้อาวุโสสูงสุดตะโกนขึ้นว่า “มู่เฉียนซี ประมุขน้อยเฉียนซี อย่าฆ่าข้าเลย! เจ้ารู้ดีว่าข้ามีความสามารถใด ข้าเป็นนักสาป หากเจ้ายอมไว้ชีวิตข้า ข้าจะ…”
ฉึก! กระบี่มังกรเพลิงของมู่เฉียนซีแทงทะลุหัวใจของผู้อาวุโสสูงสุดอย่างฉับพลันโดยไม่ทันให้เขาได้พูดจนจบ
สีหน้าของผู้อาวุโสสูงสุดซีดเผือด พลางกัดฟันกล่าวว่า “ช่างเป็นสาวน้อยที่ลงมืออย่างโหดเหี้ยมไร้ความปรานีจริง ๆ โชคด