องนั้น มีเงาสีแดงฉานปรากฏขึ้นต่อหน้าทุกคน
พวกเขาอุทานขึ้นว่า “นี่มันตัวอะไรอีก?”
“พลังเช่นนี้ ดูเหมือนว่าจะเป็นสัตว์ร้ายอีกตัวเป็นแน่”
“สัตว์ร้าย!”
แค่สัตว์ร้ายตัวเดียว พวกเขาก็รับมือเอาไว้ไม่ไหวแล้ว หากโผล่มาอีกตัว พวกเขาไม่มีทางรอดแน่นอน
ในตอนนี้เอง น้ำเสียงทุ้มเสียงหนึ่งดังขึ้น “แทนที่จะเยาะเย้ยคนอื่น เจ้าเป็นห่วงสมองของตัวเองก่อนดีกว่านะ!”
เปลวเพลิงที่ร้อนแรงแผดเผาไปทั่วฟ้า เสี่ยวหงส่งเสียงผ่านกระแสจิตมาหามู่เฉียนซีว่า “นายท่าน พวกสวะไร้ประโยชน์เหล่านั้นพึ่งพาไม่ได้ นายท่านเอาพลังมาให้ข้าเถอะ ข้าจะทำอย่างสุดความสามารถ เอาชนะมันให้ได้”
มู่เฉียนซีตกใจผงะไปครู่หนึ่ง “แล้วเจ้าจะไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่?”
“นายท่าน ข้าไม่เป็นไร หากเอาชนะเจ้านี่ได้ข้าจะจับมันกินซะ อย่างน้อยก็ได้ประโยชน์บ้าง นายท่านให้เจ้าแมวโง่ช่วยข้าอีกแรงนะ”
มู่เฉียนซีพยักหน้าพลางกล่าว “ตกลง!”
พลังที่มู่เฉียนซีให้เสี่ยวหงได้นั้นก็คือพลังจิต พลังจิตเพียงเล็กน้อยนั้นทำอะไรสิงโตทองลวงตาไม่ได้
แต่เมื่อพลังจิตของพวกเขาได้เชื่อมโยงกัน เงาสีแดงฉานนั้นก็ขยายใหญ่ขึ้นเป็นเท่าทวี อีกทั้งยังดูเหมือนจะปกคลุมไปทั่วทั้งท้องฟ้าอีกด้วย
เมื่อคนอื่น ๆ เห็นเงาอันน่าสะพรึงกลัวนั้น ต่างก็อุทานขึ้นว่า “นี่มันสัตว์ร้ายใดกัน เหตุใดถึงได้แข็งแกร่งถึงเพียงนี้!”
“ข้าไม่เคยเจอตำราใดบันทึกเกี่ยวกับสัตว์ร้ายที่ทรงพลังเช่นนี้มาก่อนเลย”
“……”
อย่างน้อย