ตูม เปรี้ยง เปรี้ยง! ประตูข้างตำหนักบานหนึ่งเปิดออกแล้ว
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าวด้วยความเป็นห่วงว่า “เฉียนซี ไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่!”
มู่เฉียนซีกล่าว “ข้าไม่เป็นไร เรารีบไปกันเถอะ!”
และคนประหลาดผู้นั้นก็เผยรอยยิ้มออกมา จากนั้นร่างของเขาก็ได้อันตรธานคคไปอย่างเชื่องช้า
หลังจากที่ออกไปจากประตูบานนั้น มู่เฉียนซีก็ไม่ได้พบเจอกับหุ่นเชิดสีทองเหล่านั้นแล้ว
ภาพลวงตาทั้งหมดกักขังพวกเขาได้ไม่นาน
มู่เฉียนซีคิดว่าพวกเขาน่าจะสามารถออกจากภาพลวงตานั้นได้อย่างราบรื่นแล้ว
เดิมทีราบรื่นมาตลอดทาง แต่นึกไม่ถึงว่าจะมาพบกับร่างที่คุ้นเคยร่างหนึ่ง
และสิ่งที่น่ากลัวไปกว่านั้นก็คือ เจ้าหมอนี่ไม่ได้มาคนเดียว ข้างกายเขายังมีคนที่รับมือยากอีกคนหนึ่ง
ไป๋อู๋ห่ายเห็นมู่เฉียนซีแล้ว สีหน้าของเขาก็เผยความโหดร้ายออกมา
“มู่เฉียนซีนะมู่เฉียนซี! นึกไม่ถึงจริง ๆ ว่าเราจะได้เจอกันอีกแล้ว ครั้งนี้โอรสศักดิ์สิทธิ์ฟ้านอินไม่อยู่ ข้าอยากจะรู้นักว่าใครจะช่วย…”
เขายังกล่าวไม่ทันจบก็หันไปเห็นเฟิงอวิ๋นซิวกำลังตามมู่เฉียนซีมา
ไป๋อู๋ห่ายกล่าวด้วยความโกรธเกรี้ยวว่า “เฟิงอวิ๋นซิว ข้านึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะอยู่กับมู่เฉียนซี เจอมู่เฉียนซีแล้ว เหตุใดเจ้าถึงไม่ลงมือ”
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “กระบี่ที่อยู่กับมู่เฉียนซีไม่ใช่กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ แล้วเหตุใดข้าต้องลงมือด้วยล่ะ?”
ไป๋อู๋ห่ายกล่าว “ไม่ว่านางจะครอบครองกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์อยู่หรือไม