ู่นั้นก็กลับมาเป็นปกติ จากนั้นเขาก็กล่าวด้วยความอดกลั้นว่า “ข้าอดทนเอาไว้ได้ไม่นาน เจ้ารับปากข้าสักเรื่องได้หรือไม่ แล้วข้าจะพาพวกเจ้าออกไปจากตำหนักแห่งนี้”
มู่เฉียนซีกล่าว “เรื่องอะไร?”
“กำจัดข้า ทำให้พลังจิตของข้าแตกสลาย ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นนักปรุงยา เจ้าทำได้”
มู่เฉียนซีอยากตอบตกลง แต่กลับถูกเฟิงอวิ๋นซิวห้ามไว้
“เฉียนซี ผู้อาวุโสท่านนี้เป็นยอดฝีมือขั้นสูงสุด การที่จะทำให้พลังจิตของเขาแตกสลายมันเป็นเรื่องที่เสี่ยงอันตรายมาก” สีหน้าของเฟิงอวิ๋นซิวเคร่งขรึมขึ้น
มู่เฉียนซีกล่าว “เรื่องอื่นข้าไม่กล้าพูดหรอกนะ แต่หากเป็นเรื่องพลังจิต ข้ามีความมั่นใจมาก! เจ้าไม่ต้องกังวล”
นางมองไปที่คนประหลาดผู้นั้น “ข้าตกลง มาลองดูกัน!”
พลังจิตของนางเคลื่อนไหวเข้าสู่พลังจิตของเขา และเริ่มทำลายทันที!
พลังจิตอันแข็งแกร่งของมู่เฉียนซีมีข้อได้เปรียบอยู่มาก จึงทำให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น
แต่เมื่อมาถึงวินาทีสุดท้าย เปลวไฟสีทองก็เริ่มตอบโต้กลับมา
วิญญาณนี้ คาดว่าคงจะเป็นสิ่งที่สิงโตทองลวงตาทิ้งเอาไว้
นี่เป็นกับดัก คาดว่าแม้แต่คนประหลาดผู้นี้ก็ไม่รู้ด้วยซ้ำ
กับดักแล้วอย่างไรเล่า ก็ทำลายมันเลยสิ!
มู่เฉียนซีกำลังต่อสู้อยู่กับพลังจิตที่สิงโตทองลวงตาทิ้งไว้ เฟิงอวิ๋นซิวสังเกตเห็นสีหน้าของนางยิ่งแย่ลงเรื่อย ๆ แล้ว
เขากำหมัดแน่น หากเฉียนซีมีอันตราย เขาไม่อาจสนใจอะไรมากนักได้แล้ว จำเป็นต้องใช้เงา!
หากสิงโตทองลวงตาใ