อินรั่วเฉินกล่าว “อาตมาก็เป็นคนเหมือนกัน”
มู่เฉียนซีมองเขาอย่างพิจารณาก่อนจะกล่าวว่า “ใช่เหรอ? ข้าว่าไม่เหมือนนะ!”
พวกเขาไม่ได้พักนานเท่าไรนัก ก่อนจะมุ่งหน้าเดินทางต่อไป
ถึงแม้ว่าจะร่วมทางกัน แต่เดินไปได้ไม่นานนักทั้งสองก็พลัดแยกจากกันอีกครั้ง
แม้แต่เสี่ยวหงที่ตามนางมาตลอดก็พลัดหลงแล้วเช่นกัน!
“เสี่ยวหง!”
มันไม่มีการตอบรับแต่อย่างใด!
ดูเหมือนว่านางจะมาถึงสวนบุปผาของตำหนักแห่งนี้แล้ว จู่ ๆในส่วนลึกของสวนบุปผาก็เกิดเสียงแตกกระจายขึ้น
มุมปากของมู่เฉียนซีกระตุกขึ้นเล็กน้อย “ใครกันนะที่มีเวลาว่างทำให้สิงโตทองมาอยู่หลังสวนบุปผาเช่นนี้”
มู่เฉียนซีเดินเข้าไป ในที่สุดก็ได้เห็นรูปร่างหน้าตาสองคนนั้นอย่างชัดเจน
รูม่านตาของนางหดตัวลง ใบหน้าที่เย็นชาอย่างสมบูรณ์แบบนั้นคุ้นเคยมากยิ่งนัก
ดวงตาสีฟ้าอันเย็นยะเยือกคู่นั้นพลันแดงก่ำขึ้น อักขระสาปสีดำปกคลุมไปทั่วทั้งตัว พลังอันแข็งแกร่งที่แผ่ซ่านไปทั้งตัวสามารถทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างได้
นี่คือใบหน้าของจิ่วเยี่ย แถมยังเป็นจิ่วเยี่ยที่อยู่ในท่าทีคำสาปกำเริบอีกด้วย
ส่วนหญิงสาวผู้นั้นก็คือนาง
เหมือนมาก แต่ไม่ใช่นางแน่นอน!
มู่เฉียนซีพยายามหนีความโกรธ แต่สิงโตทองลวงตาก็ยังจะผูกสายใยความรู้สึกให้นางอีก
ครั้งนี้มู่เฉียนซีก็ยังคงโกรธเกรี้ยวเหมือนเดิม มิหนำซ้ำยังโกรธมากกว่าตอนที่เจอกับผู้อาวุโสสูงสุดอีกด้วย
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาอย่างถึงที่สุดว่า “ส