็นผู้หญิงอีกด้วย
เขาตื่นตระหนกตกใจเล็กน้อย และยังคงยืนแน่นิ่งอยู่อย่างนั้น
“ค่อก ค่อก ค่อก!” เมื่อรู้สึกว่าคนที่ยืนอยู่ด้านหลังไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ มู่เฉียนซีจึงส่งเสียงไอค่อกแค่กขึ้น
“อินรั่วเฉิน แม้ว่ารูปร่างของเจ้าจะดูไม่เลวเลย แต่การที่เจ้ายืนเปลือยอยู่เช่นนี้มันก็ดูไม่ดีเท่าไรนะ รีบสวมเสื้อผ้าซะเถอะ!”
ทันใดนั้นเอง สีหน้าของอินรั่วเฉินก็แดงก่ำขึ้น และร่างกายก็พลันแดงระเรื่อไปทั้งตัว
เขารีบเอาเสื้อผ้าออกมาใส่ จากนั้นมู่เฉียนซีถึงจะหลังกลับมา
ความแดงก่ำบนใบหน้าเขายังคงอยู่ ทันทีที่รับรู้ได้ถึงสายตาของมู่เฉียนซี เขาก็ไม่กล้าสบตานาง ทำได้เพียงก้มหน้าลง
“เมื่อครู่ เอ่อ…ข้าเสียมารยาทแล้ว ขะ ข้า…”
โอรสศักดิ์สิทธิ์ฟ้านอินผู้ซึ่งใช้คำพูดหลักธรรมคำสอนทางศาสนาอย่างมีอารมณ์คมคายมาโดยตลอด ตอนนี้กลับพูดจาตะกุกตะกักขัดเขินเสียแล้ว
เมื่อเห็นท่าทางเขาเช่นนี้แล้ว มู่เฉียนซีก็ไม่อยากแกล้งเขาอีกต่อไป
มู่เฉียนซีกล่าวติดตลกว่า “เจ้าไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว จะเคร่งเครียดไปทำไม ข้าไม่ใช่คนที่กินไม่เลือกลงมือกับพระนะ ต่อให้รูปร่างหน้าตาของเจ้าจะดูเข้าท่าก็ตาม!”
สุดท้ายอินรั่วเฉินก็ยังคงเคร่งเครียดอยู่ดี
มู่เฉียนซีกล่าว “เมื่อครู่ข้าต้องขอบใจเจ้ามากที่ช่วยเหลือ ข้าจะบอกเรื่องที่ข้ารู้กับเจ้า แต่ข้าว่าเจ้าก็คงจะรู้ดีว่าฝักกระบี่ของกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์อยู่ที่นี่!”
ตอนนั้นตอนที่มังกรเพลิงเป็นงูตัวเล็ก ๆ