เอง บัวอัคคีสีแดงฉานดอกหนึ่งก็ปรากฏขึ้น
“บัวแดงพิฆาต!”
“ไสหัวไปให้พ้น!” กู้ไป๋อีที่ถูกไป๋อู๋ห่ายขวางอยู่ในตอนนี้ก็โกรธเกรี้ยวขึ้นแล้ว
ไป๋อู๋ห่ายกล่าว “กู้ไป๋อี เมื่อก่อนเจ้าไม่เคยเผยข้อบกพร่องของตัวเองออกมาเลย แต่ตอนนี้ข้อบกพร่องของเจ้าโผล่ออกมามากมาย เจ้าในตอนนี้ ยังคู่ควรที่จะเป็นคู่ต่อสู้ของข้าอย่างนั้นเหรอ?”
“การจะเอาชนะเจ้า มันง่ายนิดเดียว!” กระบี่เฉียนหานแผ่ซ่านกลิ่นอายสังหารอันเย็นยะเยือกออกมา
ตูม เปรี้ยง เปรี้ยง! บัวอัคคีสีแดงฉานพุ่งโจมตีไปที่คนของตำหนักตงจี๋เหล่านั้น
คนที่ไป๋อู๋ห่ายพามาแต่ละคนล้วนแต่มีพลังความแข็งแกร่งที่ไม่ธรรมดาทั้งสิ้น พวกเขาหลบหลีกการโจมตีของมู่เฉียนซี และเริ่มห้อมล้อมนาง
พิฆาตวิญญาณยืนอยู่ข้าง ๆ ทำตัวเป็นผู้ชมยืนดูอยู่เงียบ ๆ
ไม่สนุกเอาซะเลย รู้สึกน่าเบื่อมาก ว่าแล้วร่างในชุดคลุมยาวสีแดงเคลื่อนไหวออกไปปรากฏตัวอยู่ข้างกายมู่เฉียนซี
“แมวน้อย เจ้าช่างอ่อนแอจนน่าสงสารเสียจริง”
นิ้วมืออันเรียวยาวนั้นจับไปที่ด้ามกระบี่!
เขาแย่งกระบี่ในมือมู่เฉียนซีมา มังกรเพลิงตะโกนขึ้นว่า “เจ้าพิฆาตวิญญาณ นี่เจ้าจะทำอะไร ข้าจะอยู่กับนายท่าน ข้าจะไม่แยกไปจากนายท่าน”
พิฆาตวิญญาณกล่าวอย่างเบื่อหน่ายว่า “หุบปาก!”
ดวงตาสีแดงก่ำคู่นั้นกวาดมองไปที่คนเหล่านี้
เพียงพริบตาเดียวเท่านั้น พวกเขาก็รู้สึกหวาดกลัวและถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัว
พิฆาตวิญญาณหันกลับไปมองมู่เฉียนซีแวบหนึ่งและกล่าวกั