ฆา เยวี่ยเจ๋อและเหล่าบรรดาองครักษ์เงาของตระกูลมู่ที่มู่เฉียนซีเลือกก็ตามเข้าไปในหอฉงโหลวบนเมฆาด้วยเช่นกัน
มู่เฉียนซีกล่าว “ออกเดินทาง! ไปที่ทุ่งน้ำแข็งทางใต้ของเซี่ยโจว”
หอฉงโหลวรีบตอบรับ “ขอรับ นายท่าน!”
หอฉงโหลวบนเมฆาหายลับไปในท้องนภา เคลื่อนไหวไปด้วยความเร็วที่เร็วที่สุดมุ่งหน้าไปเซี่ยโจว
ในเวลาเดียวกันนี้ ตำหนักตงจี๋ก็ได้เรียกทุกคนให้มาประชุมกัน ไป๋อู๋ห่ายกล่าว “อีกไม่นานพระนางจะส่งคนลงมา หากพวกเรายังเอากระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์มาไม่ได้ นั่นหมายความว่าพวกเราทำภารกิจไม่ได้เรื่อง อวิ๋นซิว เราจำเป็นต้องลงมือแล้ว”
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “ท่านวางแผนจะทำเช่นไร?”
“ที่ตอนนี้มู่เฉียนซีกำเริบเสิบสานได้ถึงเพียงนี้ ก็เป็นเพราะว่ามีตำหนักเป่ยหานคอยหนุนหลังอยู่ เราควรลงมือทำอะไรบางอย่างเพื่อกดดันตำหนักเป่ยหานบ้าง”
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “เช่นนั้นเรื่องต่อจากนี้ก็มอบให้เป็นหน้าที่ของท่านหัวหน้าตำหนักจัดการก็แล้วกัน ข้าจะเป็นฝ่ายสนับสนุน”
ไป๋อู๋ห่ายกล่าว “เจ้าสนับสนุนได้ก็เป็นเรื่องที่ดีมากแล้ว”
เวลาผ่านไปไม่นานนัก หอฉงโหลวบนเมฆาก็กล่าวขึ้นว่า “นายท่าน ถึงแล้วขอรับ”
มู่เฉียนซีทอดสายตามองไปด้านนอก หิมะลอยอยู่บนท้องฟ้าดุจดั่งปุยนุ่น พวกเขามาถึงทุ่งหิมะที่เย็นยะเยือกและเงียบงันแห่งเซี่ยโจวแล้ว เจ้าลามกเซี่ย นอนหลับใหลอยู่ในที่แห่งนี้!
.