อน”
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “ไป๋เหยียนเอ๋อร์ ข้าไม่อยากจะเสียเวลากับเจ้าเพราะเรื่องไร้สาระเช่นนี้หรอกนะ ในสายตาข้า เจ้าไม่เหมาะสมที่จะเป็นคู่ต่อสู้ของข้าด้วยซ้ำ ยิ่งไปกว่านั้น คนอย่างเจ้า ไม่เหมาะที่จะเป็นนักปรุงยาหรอก”
ไป๋เหยียนเอ๋อร์ได้ยินเช่นนี้ก็โกรธเกรี้ยวขึ้น “นี่เจ้าพูดอะไรของเจ้า! มู่เฉียนซี เจ้าไม่กล้าประลองกับข้าก็บอกมาตามตรง อย่าได้มากล่าววาจาดูถูกข้าเช่นนี้ คนอย่างเจ้ามันมีสิทธิ์อะไรถึงมากล่าววาจาเช่นนี้กับข้า!”
“ไม่เหมาะสมก็คือไม่เหมาะสม!” น้ำเสียงอันเย็นยะเยือกเสียงหนึ่งดังขึ้น
ทันใดนั้นเอง ทุกคนก็พบว่ามีชายชุดดำผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นข้างกายมู่เฉียนซี และในขณะที่เขาปรากฏตัวนั้น ทุกคนในที่แห่งนี้ก็ไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงออกมา
สีหน้าของผู้อาวุโสสำนักโอสถฯ เหล่านั้นพลันเปลี่ยนไปมาก พวกเขาแทบอยากจะวิ่งหนีไปให้พ้นจากตรงนี้จริง ๆ
แต่พวกเขาก็รู้ดีอยู่แก่ใจ เมื่อเผชิญหน้ากับผู้แข็งแกร่งเช่นนี้แล้ว ต่อให้พวกเขาหนีเช่นไรมันก็ไร้ประโยชน์อยู่ดี ดังนั้นตอนนี้พวกเขาจึงทำได้เพียงยืนอยู่ที่เดิมนิ่ง ๆ ทำตัวแข็งทื่อราวกับเป็นตุ๊กตาหิมะเท่านั้น
พลังดำมืดได้ห่อหุ้มไป๋เหยียนเอ๋อร์เอาไว้ ไป๋เหยียนเอ๋อร์รู้สึกว่าในร่างกายของตัวเองกำลังมีบางอย่างหลุดออกจากร่าง
หมิงจีตะโกนออกมาด้วยความเกรี้ยวกราด “เจ้าหวงจิ่วเยี่ยบัดซบ!”
นางไม่มีทางยอมให้หวงจิ่วเยี่ยดึงวิญญาณนางออกไปเป็นอันขาด พล