บไปหรอก เมื่อถึงตอนนั้นเจ้าจะให้กำลังใจข้าได้อย่างไรกัน”
“ซีวางใจได้ ข้ารู้จักขอบเขต! ข้ารู้ว่าซีก็ไม่อยากให้ข้ากลับ”
“แต่ตอนนี้ข้าอยากให้เจ้ากลับไปมาก!” มู่เฉียนซีถีบจิ่วเยี่ยอย่างไม่เกรงใจ แต่สุดท้ายนางก็ถูกเขาจับขาเอาไว้ได้
“เช่นนั้นก็ต้องรอดูแล้วล่ะ ว่าซีมีความสามารถนั้นหรือไม่!” จิ่วเยี่ยคว้าร่างนางมากอดเอาไว้แน่น
“อือ!”
อาลัยรักจนยุ่งเหยิง คืนนี้ยากที่จะหลับได้
“อือ! อา! เจ็บ! ข้าเจ็บจะตายอยู่แล้ว”
“เบา ๆ หน่อย อ่า…เบา ๆ หน่อย!”
“……”
ในขณะที่ทั้งสองกำลังพัลวันกัน อีกห้องหนึ่งก็มีเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น
เยวี่ยเจ๋อวางยาลงและกล่าวว่า “ถ้าเจ้าไม่พอใจก็ทายาเองก็แล้วกัน ข้าขี้เกียจจะสนใจเจ้า”
เสียงของเจ้านี่ทำให้คนอื่นทนไม่ได้จริง ๆ
เซียวเหยากล่าวด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจมากว่า “แม้แต่เสี่ยวเจ๋อก็ไม่สนใจข้า ข้าไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว”
“งั้นเจ้าก็ไปตายซะเถอะ! ไปล่วงเกินใครไม่ล่วงเกิน กลับไปล่วงเกินดาวมฤตยูนั่น หากไม่ใช่เพราะพี่ใหญ่ไม่อยากให้เจ้าตาย เจ้าคิดว่าจะรอดเหรอ?”
กล่าวจบ เยวี่ยเจ๋อก็เดินออกไปอย่างไร้ความปรานี ทิ้งให้เซียวเหยาร้องห่มร้องไห้ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจอยู่เช่นนั้นไป
เช้าวันต่อมา เมื่อมู่เฉียนซีลืมตาตื่นขึ้น นางก็ยื่นมือไปบีบคอจิ่วเยี่ยทันที “ข้าจะฆ่าเจ้า”
จิ่วเยี่ยก็ปล่อยให้มู่เฉียนซีบีบคอราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย ก่อนจะกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำในลำคอว่