ปิดปากอันกว้างใหญ่ขึ้น พร้อมกันนั้นนัยน์ตาของมันก็สาดประกายอันโหดร้ายออกมา กลิ่นอายอันหนาวเหน็บที่น่าหวั่นพรึงได้พุ่งเข้าไปอย่างมืดฟ้ามัวดิน
สีหน้าของคนเหล่านั้นเปลี่ยนไปพร้อม ๆ กัน “แย่แล้ว นั่นมันสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ขั้นที่เจ็ด”
“ผลจิ่วหยางซวนบ้านี่มีสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับที่เจ็ดเฝ้าอยู่ ตั้งกระบวนค่ายกล”
บึ้ม! พลังอันไพลศาลได้ระเบิดออกมาจากตัวของพวกเขา
มู่เฉียนซีแอบกล่าวกับตนเอง ‘ไม่เสียทีที่เป็นเหล่าศิษย์ของสำนักโอสถฯ ที่มาหาของล้ำค่าเช่นผลจิ่วหยางซวนนี้ พลังความสามารถของทุกคนนั้นไม่เลวเลย ล้วนแต่เป็นมหาจักรพรรดิแห่งภูตขั้นที่เก้าเต็มขั้น ช่างยอดเยี่ยมกว่าพวกสวะที่พบมาก่อนนี้มากนัก’
ครืน! ไม่นานนักศิษย์เหล่านั้นของสำนักโอสถฯ ก็ได้ทำให้กิ้งก่าน้ำแข็งนั้นโกรธเกรี้ยวเสียแล้ว
พวกเขาสู้กับสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับเจ็ดนี้อย่างไม่อาจแยกออกจากกันได้ มู่เฉียนกลับแอบซ่อนอยู่ในความมืดและรอจังหวะอันเหมาะสมที่จะออกโรง
สำหรับการประมือกับสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับเจ็ดแล้ว สีหน้าของพวกเขาค่อนข้างที่จะแย่ แต่ทว่าพลังอำนาจของการผนึกค่ายกลนั้นก็ยังสามารถที่จะควบคุมกิ้งก่าน้ำแข็งเอาไว้ได้
ในตอนนี้มู่เฉียนซีรู้แล้วว่าเป็นเวลาที่นางควรจะลงมือ
เงาร่างสีม่วงได้พุ่งออกไป ร่างของมู่เฉียนซีพุ่งไปยังผลจิ่วหยางซวนอย่างรวดเร็วประหนึ่งสายฟ้าฟาดก็มิปาน จากนั้นก็ได้เด็ดผลจิ่วหยางซวนทั้งเก้าผลมาได้อย่างราบรื่นรวดเร็ว
.