ามาเล็กน้อย เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดข้อผิดพลาดใดขึ้น
ไห่ฝานมองไปที่โอสถนั้นและกล่าวว่า “ไม่ใช่แม้แต่ยาลูกกลอน ยังกล้ามาพูดว่ายอดเยี่ยมกว่ายาฟื้นฟูความแห้งเหี่ยวอีก ข้าว่าเจ้ารีบกลับบ้านไปฝึกหลอมยาจะดีกว่านะ!”
ทุกคนต่างพากันกรอกตามองบนอีกครั้ง พวกเขาอยากจะตะโกนเรียกพวกมาจัดการกับเจ้าหมอนี่ให้กระเด็นออกไปจริง ๆ
พวกเขาจ้องมองโอสถนั้นด้วยสายตาที่แผดเผา หวังว่าโอสถมหัศจรรย์นี้จะสร้างปาฏิหาริย์ขึ้นอีกครั้ง
มู่เฉียนซีเอาโอสถนั้นมอบให้กับท่านลุง จากนั้นนางก็กล่าวถามว่า “ท่านลุง กล้าดื่มหรือไม่?”
เมื่อครู่ท่านลุงกินยาบำรุงไตของมู่เฉียนซีไป เขารับรู้ได้ว่ายาของนางนั้นไม่ธรรมดา ตอนนี้ยิ่งไม่ต้องสงสัยในฝีมือของแม่นางน้อยผู้นี้เลยแม้แต่นิดเดียว
“ไม่มีเรื่องใดที่ข้าต้องกลัว”
เขารับโอสถนั้นมาและดื่มลงไปในคราเดียว
ไห่ฝานกล่าว “เจ้าเฒ่า ไม่เสียดายชีวิตเอาซะเลย เดิมทีก็ใกล้จะตายอยู่แล้ว นี่ยังกล้าดื่มสุ่มสี่สุ่มห้าอีก”
แต่เรื่องที่ไม่น่าเชื่อก็ได้เกิดขึ้นกับเขาแล้ว เส้นผมหงอกขาวของท่านลุงพลันเปลี่ยนเป็นเส้นผมสีดำขลับ ผิวก็พลันเปลี่ยนเป็นเปล่งปลั่งขึ้น เอวที่เคยคดงอก็ยืดตรงได้อย่างสบาย
พลังอันน่าสะพรึงกลัวได้แผ่ซ่านไปทั่วทั้งเมืองเป่ยหาน ทุกคนต่างก็พากันตกใจอ้าปากตาค้าง
ท่านลุงที่อายุขัยใกล้จะสิ้นจวนเจียนจะเข้าโลงอยู่รอมร่อผู้นี้ นึกไม่ถึงเลยว่าจะเป็นยอดฝีมือระดับสูงสุดผู้หนึ่ง
มู่เฉียนซีเองก็ประหล