าใช่หรือไม่? ชิงอิ่ง!”
เมื่อร่างในชุดเขียวนั้นปรากฏขึ้น เห็นได้ชัดว่าไม่มีคลื่นพลังวิญญาณใด ๆ เลย แต่ไห่ฝานกลับรู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างมาก
เขาไม่ลืมว่าหญิงสาวผู้นี้โอหังมากเพียงใด ไม่ว่าเรื่องใดนางก็กล้าทำ เขาจึงทำได้เพียงเอาแหวนมิติที่เก็บสะสมสมุนไพรวิญญาณมอบให้กับมู่เฉียนซีด้วยความกล้ำกลืนฝืนใจ
“เอาไป ข้าเป็นคนยอมรับความพ่ายแพ้อยู่แล้ว”
เมื่อได้ของมาแล้ว มู่เฉียนซีก็เคลื่อนไหวไปที่นอกเมืองทันที ของที่ท่านลุงมอบให้นางนั้นมันน่าทึ่งมาก สมุนไพรวิญญาณที่เก็บสะสมมาทั้งชีวิตใช่ว่าจะพูดส่ง ๆ ให้ใครก็ได้
นางนึกถึงครั้งก่อนที่เสี่ยวไป๋ถูกสายฟ้าฟาด ตอนนั้นสภาพของเสี่ยวไป๋น่าสังเวชมาก หากท่านลุงผู้นี้ทำไม่สำเร็จ นางก็ยังช่วยเขาทัน และในขณะที่มู่เฉียนซีพุ่งออกไปนอกเมืองนั้น ร่างอันคุ้นเคยร่างหนึ่งก็ตามนางมาด้วย
มู่เฉียนซีเอ่ยเรียก “เสี่ยวไป๋!”
.
.