ชิงอิ่งลงมือหนักมาก ทำให้สีหน้าของผู้อาวุโสสี่ซีดเผือดไป
คู่ต่อสู้ผู้นี้น่ากลัวเกินไปแล้ว!
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเกียจคร้านว่า “ชิงอิ่ง เบามือหน่อยสิ! ผู้อาวุโสแก่แล้วนะ เจ้าลงมือหนักไปเดี๋ยวจะซี้แหงแก๋เอาได้นะ”
แม้ว่าจะเห็นหน้าเจ้าเฒ่าเหล่านี้แล้วจะรู้สึกหงุดหงิด แต่หากทำลายกำลังในการต่อสู้ของตำหนักเป่ยหานไปจนสิ้น กลัวว่าจะมีกำลังที่จะต่อกรกับตำหนักตงจี๋ไม่พอ นางจึงต้องไว้ชีวิตพวกเขา
เตือนพวกเขาสักหน่อย หวังว่าพวกเขาจะสงบจิตสงบใจลงบ้าง
“อืม!” ชิงอิ่งพยักหน้าตอบรับเบา ๆ
ครั้นแล้วชิงอิ่งจึงลงมือเบาลงไม่น้อย และผู้อาวุโสสี่ก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง
กระบี่ของกู้ไป๋อีเย็นยะเยือกไม่ต่างอะไรกับตัวเขาเลย น้อยมากที่เหล่าบรรดาผู้อาวุโสจะมีโอกาสประลองกับท่านหัวหน้าตำหนัก เพราะท่านหัวหน้าตำหนักรังเกียจที่พวกเขามีฝีมืออ่อนด้อย
ตอนนี้มีโอกาสได้ประลองฝีมือกันแล้ว แต่พวกเขากลับหวาดกลัวหัวหด
พลังกระบี่ของท่านหัวหน้าตำหนักดูเหมือนว่าจะฟันพวกเขาออกเป็นหมื่นชิ้นก็มิปาน
ทุกคนเห็นเช่นนี้ก็รู้สึกทึ่งมาก การต่อสู้ของยอดฝีมือเช่นนี้ยากนักที่จะได้เห็น
ตูม เปรี้ยง เปรี้ยง!
การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด เห็นได้ชัดว่าเหล่าบรรดาผู้อาวุโสไม่มีกำลังในการต่อสู้มากนักที่จะรับมือกับยอดฝีมือทั้งสองคนได้
ปัง ปัง ปัง! ผู้อาวุโสห้าถูกกระบี่โจมตีจนได้รับบาดเจ็บเลือดอาบไปทั้งตัว ร่างของเขากระเด็นลอยออกจากลานป