่ ๆ ! ประมุขน้อยเฉียนซีมีพรสวรรค์อย่างไร้เทียมทานปานนี้ มาเป็นประมุขน้อยแห่งตำหนักเป่ยหาน นับว่าเป็นเกียรติของตำหนักเป่ยหานมาก”
“……”
ตาเฒ่าเหล่านี้เผยใบหน้ายิ้มแย้มออกมา หากต่อสู้กับท่านหัวหน้าตำหนัก ก็เท่ากับรนหาที่ตายน่ะสิ! พวกเขากล้าที่ไหนกันเล่า!
และในตอนนี้เอง กู้ไป๋อีกก็กล่าวขึ้นอย่างเย็นชาว่า “ในเมื่อขึ้นมาบนลานประลองแล้ว ก็ไม่ต้องลงไปแล้ว!”
มู่เฉียนซีเองก็ไม่ฟังความคิดเห็นของพวกเขา แถมยังยิ้มพลางกล่าวว่า “ข้าขอประกาศ เริ่มการประลองได้!”
ทันทีที่สิ้นเสียงมู่เฉียนซี ชิงอิ่งก็พุ่งตัวออกไปทันที
คิดจะหนีการประลองรึ ฝันไปเถอะ!
ในเมื่อขึ้นมาแล้ว ก็ต่อสู้ไปเสียให้สิ้นเรื่อง!
พวกเขารู้สึกว่าร่างในชุดขาวกับชุดเขียวสองร่างนั้นพุ่งเข้ามาราวกับสัตว์ร้าย พลันนั้นสีหน้าของพวกเขาก็ซีดเผือดลงทันใด
มาถึงขั้นนี้แล้ว ทำได้เพียงแค่ต้องสู้เท่านั้น และอย่าได้พ่ายแพ้จนน่าสังเวชเกินไปก็พอแล้ว
มู่เฉียนซีไม่ได้ร่วมต่อสู้ในการประลองสนามนี้ด้วย นางยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยท่าทางเกียจคร้านพลางมองดูการต่อสู้นี้!
มองดูการต่อสู้ไปด้วย และกินยาลูกกลอนฟื้นฟูพลังวิญญาณไปด้วย
ทุกคนเห็นฉากนี้เข้า มุมปากก็กระตุกขึ้นอย่างบ้าคลั่ง “ต่อสู้กับเหล่าบรรดาผู้อาวุโสแห่งตำหนักเป่ยหาน ประมุขน้อยเฉียนซีผ่อนคลายเกินไปแล้วกระมัง!”
“หากเจ้าสามารถให้ท่านหัวหน้าตำหนักช่วยได้ แถมยังมียอดฝีมือมือดีอีกคนหนึ่ง เจ้าก็ผ่อนคลายได้นะ!”
.