ได้ กับแค่อารองคนเดียวยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย
มู่เฉียนซีก็เริ่มควบคุมสติของตัวเองเอาไว้แล้ว นางยับยั้งพลังให้คงที่ ไม่ได้เลื่อนขั้นพลังวิญญาณต่อไป!
เดิมทีที่มีพลังวิญญาณขั้นจักรพรรดิแห่งภูตระดับเจ็ด มู่เฉียนซีก็นับว่าวิปริตมากพออยู่แล้ว และตอนนี้พลังของนางถึงขั้นจักรพรรดิแห่งภูตระดับแปดในจุดพลังวิญญาณสูงสุดพร้อมที่จะทะลวงขั้นต่อไป และนางกำลังจะกลายเป็นฝันร้ายของพวกเขา!
เปลวไฟ โลหิต เสียงร้องโหยหวน!
ไร้ความปรานี เย็นชา และเลือดเย็นที่สุด!
ไม่นานนักก็สามารถกำจัดยอดฝีมือของตำหนักเป่ยหานไปได้มากมายแล้ว กระบี่มังกรเพลิงกลืนกินดวงวิญญาณของยอดฝีมือไปจำนวนมากเช่นนี้ก็รู้สึกพึงพอใจมาก
ปัง ปัง ปัง! คนที่เหลืออยู่เป็นพวกขี้ขลาด ตอนนี้หวาดกลัวจนอกสั่นขวัญหายแล้ว
“ท่านประมุขน้อย พวกเรากลัวแล้ว! ผู้อาวุโสสูงสุดเป็นคนบังคับพวกเรา ได้โปรดประมุขน้อยไว้ชีวิตด้วย!”
“ประมุขน้อย ต่อไปนี้พวกเราจะเชื่อฟังคำสั่งประมุขน้อยแต่เพียงผู้เดียว!”
“……”
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “มาขอร้องอ้อนวอนตอนนี้ มันสายไปแล้วล่ะ! ข้าฆ่าเขาไม่ได้ แล้วพวกเจ้าคิดว่าข้าจะฆ่าพวกเจ้าไม่ได้เหรอ?”
คมกระบี่ฟันลงไป เลือดสีแดงสดสาดกระเซ็น
วิญญาณดับสลายสิ้น!
ชุดคลุมยาวสีขาวนั้นได้แปดเปื้อนไปด้วยเลือดสีแดงสด มู่เฉียนซีที่กำลังถือกระบี่มังกรเพลิงกระหายเลือดนั้นดูเย็นชาและน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง
ผู้อาวุโสสูงสุดที่กำลังมองดูหญิงสา