ุโสสูงสุดขึ้นอยู่กับกระบี่เล่มนี้แล้ว
อ๊า! ทว่า ในตอนนี้เหงื่อเย็นได้ผุดพรายไปทั่วทั้งร่างของหลิง ทำให้เขาเจ็บปวดทรมานเป็นอย่างยิ่ง
ผู้อาวุโสสูงสุดกล่าว “มู่เฉียนซี หากเจ้าไม่อยากเห็นมู่เฟิงหลิงต้องทรมานจนตาย ทางที่ดีเจ้าควรจะบอกท่านหัวหน้าตำหนักว่าอย่าได้แตะต้องข้า”
มีไพ่เด็ดอยู่ในมือ ผู้อาวุโสสูงสุดไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวต่อสิ่งใด
กู้ไป๋อีไม่ได้ชักกระบี่ออกแต่อย่างใด เขากลัวว่าตาเฒ่าเจ้าเล่ห์ผู้นี้จะใช้อุบายชั่วมาทำร้ายมู่เฉียนซีอีก
ผู้อาวุโสสูงสุดกล่าวอย่างเย็นชาว่า “หลิง! ลงมือ ฆ่ามู่เฉียนซีซะ”
ความเจ็บปวดทรมานในร่างกายยังคงอยู่ ทว่า หลังจากที่ผู้อาวุโสสูงสุดได้ออกคำสั่งนี้ หลิงก็ลงมือต่อสู้พลางส่ายหน้าอย่างไม่เต็มใจ
กระบี่ขนาดใหญ่ที่กำอยู่ในมือคู่นั้นเริ่มสั่นคลอน ดวงตาของเขาเริ่มขุ่นมัวขึ้นเรื่อย ๆ
เขากล่าวด้วยน้ำเสียงแหบแห้งว่า “ซีเอ๋อร์ ฆ่าข้าซะ! อารองจะไม่โทษเจ้า”
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยความโกรธเกรี้ยวว่า “แค่ท่านไม่โทษข้าก็ได้แล้วอย่างนั้นเหรอ ข้านี่สิจะโกรธโทษตัวเองไปตลอดชีวิต”
“ซีเอ๋อร์!” ในตอนนี้ดวงตาคู่นั้นของหลิงยิ่งทวีความขุ่นมัวขึ้นเรื่อย ๆ
“อารอง ข้าไม่อยากทำร้ายท่าน!”
ทว่า ในหัวของเขาตอนนี้กำลังสั่งการว่า “ฆ่า!”
จำต้องบอกเลยว่ามู่เฟิงหลิงที่มีสองสายเลือดยิ่งใหญ่ผู้นี้ทำให้ผู้อาวุโสสูงสุดนับถือจริง ๆ
สถานการณ์มาถึงขั้นนี้แล้ว นึกไม่ถึงเลยว่าเขายังสามารถรักษาความคิดของตั