์คู่นั้นราวกับว่ามีพายุก่อตัวขึ้นก็มิปาน
“หัวหน้าตำหนักเป่ยหาน ได้ยินชื่อเสียงมานานมากแล้ว!” น้ำเสียงอันมีเสน่ห์พลันเปลี่ยนเป็นดุร้ายขึ้นมาทันทีราวกับผีปีศาจที่คืบคลานมาจากนรก
กู้ไป๋อีมองแม่นางเซียวด้วยความเฉยชา “หากเจ้ายังไม่อยากตาย ก็ช่วยควบคุมสติให้ดี!”
ดวงตาของแม่นางเซียวยิ่งดุร้ายมากขึ้นเรื่อย ๆ จู่ ๆ หมอกควันสีเขียวเข้มก็แผ่ซ่านออกมาอยู่รอบกายเขา และหมอกควันนี้ก็ได้ปกคลุมไปทั่วทุกอณูของห้อง
“ฮ่า ๆ ๆ! ประมุขน้อยเฉียนเยี่ย ข้าน้อยควรต้องขอบคุณเจ้าถึงจะถูก หากไม่มีเจ้า ข้าคงไม่มีโอกาสได้เข้ามาในตำหนักเป่ยหาน วันนี้ข้าจะทำให้ทุกคนในตำหนักเป่ยหานตายให้หมด!”
พลังที่ถูกพิษของมู่เฉียนซียับยั้งเอาไว้ ในตอนนี้มันก็ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง!
ไม่!
การปะทุครั้งนี้มันน่ากลัวมากกว่าเดิม พลังของเขาในตอนนี้ไม่มีทางแพ้ให้ยอดฝีมือระดับสูงสุดแน่นอน
แผลบนร่างกายเขาที่เดิมทีเต็มไปด้วยเลือดสีแดงสด ตอนนี้พลันแปรเปลี่ยนเป็นพิษร้ายสีเขียวเข้มไปแล้ว
สีหน้าของกู้ไป๋อีพลันเปลี่ยนไปในทันที “ซีเอ๋อร์ เขาจะทำลายตัวเอง! ต้องฆ่าเขาเดี๋ยวนี้!”
มู่เฉียนซีกล่าว “เสี่ยวไป๋ พิษของเขาทำอะไรเจ้าไม่ได้ เจ้ายับยั้งเขาเอาไว้ ข้าจะคิดหาวิธี อย่าฆ่าเขาเด็ดขาด!”
กู้ไป๋อีกล่าว “ข้าเข้าใจแล้ว”
ร่างชุดขาวเคลื่อนไหวพุ่งไปที่ร่างพิษนั่น
แววตาของแม่นางเซียวเผยความประหลาดใจออกมา “ข้าคิดผิดไปแล้วจริง ๆ พวกเจ้าคนของตำหนักเป่ยหานต้านทานต่