ำใบหน้าที่งดงามดั่งหยกของคนงามเสียหายเข้า เกรงว่า…”
“ข้าว่า คนที่ควรรามือน่าจะเป็นประมุขน้อยเฉียนเยี่ยมากกว่านะ ประมุขน้อยเฉียนเยี่ยไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยเหรอ?” คนงามยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างงุนงงว่า “รู้สึกอะไรเหรอ?”
“ตั้งแต่ข้าเข้าใกล้ท่าน ท่านก็โดนพิษของข้าตั้งนานแล้ว และในห้องนี้ก็เต็มไปด้วยพิษ ต่อให้ประมุขน้อยเฉียนเยี่ยจะใช้ยาลูกกลอนวิเศษมาตั้งแต่เด็กก็ตาม ตอนนี้หากท่านคิดจะใช้พลังวิญญาณแล้วละก็ พิษก็จะกำเริบแน่นอน!”
สีหน้าของมู่เฉียนซีพลันเปลี่ยนไปทันที “ข้านึกไม่ถึงเลยจริง ๆ นี่เจ้า…”
“ฉะนั้น การที่ข้าจะเอาชีวิตประมุขน้อยเฉียนเยี่ย มันก็ง่ายเพียงนิดเดียว…”
ทันทีที่ร่างชุดสีชมพูเคลื่อนไหว มีดเล่มหนึ่งที่อยู่ระหว่างนิ้วของนางก็พุ่งไปทางมู่เฉียนซีทันที
แต่กลับนึกไม่ถึงว่าในตอนนี้มู่เฉียนซีจะเคลื่อนไหวได้ ร่างในชุดขาวพลันเคลื่อนไหว กระบี่ยาวเล่มหนึ่งถูกชักออกมาจากฝัก และคมกระบี่ก็ทาบทับลงมาที่คอของแม่นางเซียวแล้ว
แม่นางเซียวเบิกตากว้างขึ้นด้วยความตกใจ “เจ้า…นี่เจ้าไม่ได้โดนพิษเหรอ!”
มู่เฉียนซียิ้มพลางกล่าว “แม่นางเซียว ข้าลืมบอกเจ้าไปว่าอุบายเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ ข้าใช้มาจนเบื่อแล้ว พิษแค่นี้ทำอะไรข้าไม่ได้หรอก”
“ดูท่า ข้าจะประเมินเจ้าต่ำไปเสียแล้ว ประมุขน้อยเฉียนเยี่ย!”
คมกระบี่ของมู่เฉียนซีกรีดคอเขาจนเป็นรอยเลือด “แม่นางเซียว บอกมาเถอะว่าเหตุใดเจ้าถึงลงมือฆ่าข้า ข้าเป็