อินรั่วเฉินกล่าว “เช่นนั้นก็รบกวนประมุขน้อยเฉียนเยี่ยแล้ว”
“พูดดี ๆ!” มู่เฉียนซีหรี่ตายิ้มพลางตอบกลับราวกับหมาป่าที่กำลังจะลักพาตัวแกะน้อยอย่างไรอย่างนั้น
เห็น ๆ กันอยู่ว่านางเผยสีหน้าเจตนาร้ายออกมาแล้ว แต่สีหน้าของอินรั่วเฉินกลับยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย
“ไปกันเถอะ!” มู่เฉียนซีโบกมือพลางกล่าว จากนั้นนางก็พาอินรั่วเฉินออกจากตำหนักเป่ยหานเข้าไปในเมืองเป่ยหาน
ทันทีที่มู่เฉียนซีย่างเท้าออกจากตำหนักเป่ยหานก็มีคนไปรายงานข่าวนี้กับผู้อาวุโสสูงสุดทันที
“ท่านผู้อาวุโสสูงสุด เจ้าเด็กมู่หรงเฉียนเยี่ยนั่นพาโอรสศักดิ์สิทธิ์ฟ้านอินออกไปจากตำหนักแล้วขอรับ แถมยังไม่มีองครักษ์ติดตามไปด้วยแม้แต่คนเดียว”
สีหน้าของผู้อาวุโสสูงสุดดำคล้ำขึ้น “ชีวิตของเจ้าเด็กมู่หรงเฉียนซีนั่นมันไม่มีค่าพอหรอก แต่หากมีอะไรขึ้นกับโอรสศักดิ์สิทธิ์ฟ้านอินแล้วละก็ นั่นนับเป็นเรื่องใหญ่แน่ ข้าไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าเหตุใดท่านหัวหน้าตำหนักถึงได้ปกป้องเจ้าเด็กมู่หรงเฉียนเยี่ยนั่นถึงเพียงนี้”
“แล้วจะทำเช่นไรดีขอรับ?”
“ส่งคนแอบไปคุ้มกันความปลอดภัยแบบลับ ๆ หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นให้ปกป้องโอรสศักดิ์สิทธิ์ฟ้านอินทันที ไม่ต้องสนใจเจ้ามู่หรงเฉียนเยี่ยนั่น”
“ขอรับ!”
มู่เฉียนซีรู้ว่ามีคนกำลังตามนางอยู่ นางจึงพาอินรั่วเฉินผ่านทางถนนที่รุ่งเรืองที่สุดในเมืองเป่ยหาน
ชายหนุ่มรูปงามที่ดูสูงศักดิ์กับโอรสศักดิ์สิทธิ์ผู้บริสุทธิ์ผุดผ่องอ