องอาราม ภายในกลิ่นอายของอารามนี้มีพลังวิญญาณอยู่ทำให้สูดดมเข้าไปแล้วรู้สึกสบายมาก!
มู่เฉียนซีเห็นแผ่นหลังอันน่าทึ่งนั้น นิ่งสงบราวกับสามารถชะล้างมลทินทุกอย่างไปได้
เส้นผมสีดำขลับแผ่สยายลงบนพื้น สองมือยกพนมขึ้นไว้และสวดพระคัมภีร์ต่อหน้าพระพุทธรูป
นิ้วมืออันเรียวยาวคู่นั้นสมบูรณ์แบบราวกับประติมากรรมที่แกะสลักออกมาอย่างประณีต ริมฝีปากนั้นเปิดขึ้น พ่นบทสวดออกมาอย่างช้า ๆ ดุจดั่งเซียนบนสวรรค์ทั้งเก้าภพก็มิปาน
ภาพในตอนนี้ทำให้มู่เฉียนซีรู้สึกว่านางปราศจากอันตรายทั้งปวง พระอยู่ในใจ ไร้ซึ่งอันตราย ไร้ซึ่งการโจมตีใด ๆ ทำให้อยากเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว
มู่เฉียนซีพึมพำในใจว่า นิสัยการแสดงภายนอกนี้ช่างหลอกลวงเกินไปแล้วจริง ๆ
หลังจากสวดพระคัมภีร์เสร็จไปท่อนหนึ่ง อินรั่วเฉินก็ลืมตาขึ้น และหันมองไปที่มู่เฉียนซี
ดวงตาคู่นั้นสดใสบริสุทธิ์ราวกับเด็กทารกแรกเกิดก็มิปาน
เมื่อก่อนมู่เฉียนซีคิดว่ามนุษย์ต่อให้จอมปลอมมากเพียงใด สายตาก็ต้องเผยพิรุธออกมาแน่นอน ทว่า อินรั่วเฉินผู้นี้กลับไม่มีพิรุธใด ๆ เลย
มู่เฉียนซียิ้มพลางกล่าวว่า “โอรสศักดิ์สิทธิ์ฟ้านอิน เจ้าบอกว่าจะมาฝึกฝนหาประสบการณ์ไม่ใช่เหรอ อยู่ในตำหนักเป่ยหานไม่อาจฝึกฝนได้ เช่นนั้นข้าพาเจ้าออกไปดูทิวทัศน์ของเมืองเป่ยหานดีหรือไม่?”