“เรื่องนี้ไม่ต้องสนใจ!” ผู้อาวุโสสูงสุดกล่าว
ผู้ใดกล้ายั่วยุหอหมอปีศาจถึงที่เช่นนี้ นั่นก็หมายความว่ารนหาที่ตาย
ก่อนหน้านี้มู่เฉียนซีไปตรวจดูอาการของผู้ป่วยของนาง เพิ่งจะปรุงยาเสร็จ ตำหนักตงจี๋ก็ส่งคนมาตามฆ่านาง ยาที่ปรุงเสร็จนั้นจึงยังไม่ได้ใช้รักษาเฟิงอวิ๋นซิว
ครั้งนี้ มู่เฉียนซีไม่ได้แปลงกายแต่อย่างใด ใช่รูปร่างหน้าตาของตัวเองไปดูอาการของเฟิงอวิ๋นซิว
เมื่อได้ยินเสียงเดินเข้ามา เฟิงอวิ๋นซิวก็กล่าวขึ้นว่า “ท่านหมอปี…”
ไม่ทันกล่าวจบ ก็พบว่าผู้ที่เปิดประตูเดินเข้ามานั้นเป็นหญิงสาวในชุดม่วงผู้หนึ่ง ไม่ใช่ชายหนุ่มหน้าตาดุจดั่งทวยเทพผู้นั้น
หญิงสาวผู้นี้เปิดประตูเดินเข้ามา แสงแดดสีทองอร่ามก็สาดส่องกระทบลงมาบนร่างของนางอย่างประจวบเหมาะ
ถึงแม้ว่าใบหน้ารูปไข่นั้นจะถูกเงาส่องสะท้อน ทว่า ดวงตาคู่นั้นกลับยังคงสุกสกาวแพรวพราวดุจดั่งดวงดารา ดูแล้วช่างน่าหลงใหลยิ่งนัก
“เฉียนซี!” เฟิงอวิ๋นซิวพ่นเอ่ยปากกล่าวชื่อนี้ออกมาด้วยความเคร่งเครียดเล็กน้อย
มู่เฉียนซีกล่าว “เจ้าอาการทรุดหนักถึงขั้นนี้แล้วก็ยังไม่ยอมมาหาข้าอีก เจ้าไม่เชื่อฝีมือการรักษาของข้าใช่ไหมล่ะ?”
เฟิงอวิ๋นซิวตอบกลับไปว่า “ข้าไม่เคยคิดสงสัยในความสามารถของเจ้าเลย ข้าก็แค่ ไม่กล้าเจอหน้าเจ้า”
“เช่นนั้น ข้ากล้าเจอหน้าเจ้าก็พอแล้ว รักษาอาการให้ดี ไม่ต้องคิดมากหรอก! ตราบใดที่เจ้ามีกำลังและความสามารถเพียงพอ เจ้าก็จะทำเรื่องที่เจ้าตั้งเป้าไว้ส