กอดขาพึ่งพาบารมีตำหนักตงจี๋อยู่ แต่เขาก็ไม่อยากตั้งตนเป็นศัตรูกับตำหนักเป่ยหาน
“ตำหนักเป่ยหานไม่มีทางขวางแน่นอน!”
หลังจากที่สลัดทิ้งคนพวกนั้นมาได้ มู่เฉียนซีก็กลับมาถึงหอหมอปีศาจอย่างราบรื่น
เยวี่ยเจ๋อเมื่อเห็นพี่ใหญ่ของตนก็รีบกล่าว “หัวหน้าตำหนักเป่ยหานนำตัวนายน้อยอวิ๋นซิวกลับมาแล้ว ข้าจัดเตรียมห้องพักให้เขาเรียบร้อยแล้ว”
มู่เฉียนซีกลับมาถึงหอหมอปีศาจ ก็เห็นกู้ไป๋อีรอนางอยู่แล้ว
“เสี่ยวไป๋ ขอโทษด้วยที่ให้เจ้ารอนาน”
“ซีเอ๋อร์ไปวิ่งเล่นที่ใดมา?”
“นี่ข้าก็กลับมาอย่างปลอดภัยแล้วไม่ใช่เหรอ มีชิงอิ่งกับเสี่ยวเหลิ่งอยู่ด้วย ไม่มีใครทำอะไรข้าได้หรอก”
ถึงแม้ว่าจะรีบเดินทางมาอย่างเหน็ดเหนื่อย แต่มู่เฉียนซีก็ยังรีบไปดูอาการของเฟิงอวิ๋นซิวก่อน
มู่เฉียนซีหมุนตัวไปมา เพียงชั่วพริบตาเดียว นางก็แปลงร่างเป็นอาถิงแล้ว
กู้ไป๋อีมองดูชายหนุ่มตรงหน้า มุมปากของเขาก็ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เฟิงอวิ๋นซิวไม่รู้สถานะตัวตนนี้ของนาง แต่เขารู้
นางเชื่อใจเขามากขึ้น
กู้ไป๋อีดีอกดีใจอยู่ในใจ ส่วนอาถิงนั้นโกรธเกรี้ยวแทบจะระเบิดแล้ว
“หญิงอัปลักษณ์ นี่เจ้าหลงใหลในความงามจนสติเลอะเลือนไปแล้วเหรอ เจ้าแปลงกายต่อหน้าคนอื่นเช่นนี้ไม่กลัวถูกหลอกบ้างรึไง”
มู่เฉียนซีกล่าว “เสี่ยวไป๋ไว้ใจได้”
“ไว้ใจได้บ้าบออะไรของเจ้า ข้าว่าเจ้าหลงใหลในความงามของชายผู้นี้ไปแล้วน่ะสิไม่ว่า”
“เจ้าจะพูดพร่ำเพ้ออะไรก็ตามสบายเลยนะ ข้าจะไปดูอาการอวิ๋นซิ