้ก็ยิ่งเหน็ดเหนื่อยและเสียพลังไปมากขึ้นเรื่อย ๆ
ปรมาจารย์เฮยที่กำลังควบคุมสมุนไพรในหม้อยาอยู่ในตอนนี้ก็ได้มีเหงื่อเย็นผุดพรายขึ้นไปทั่วทั้งหน้าผากของเขาแล้ว
ยาลูกกลอนชนิดนี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ! นึกไม่ถึงเลยว่าจะต้องใช้พลังจิตไปมากถึงเพียงนี้
“อวดเก่งดีนัก ดูท่าคงจะควบคุมเอาไว้ไม่อยู่แล้วกระมัง!”
“ดูท่าพวกเราจะมีโอกาสแล้ว! พลังจิตแข็งแกร่งแล้วคิดว่าจะเจ๋งนักรึไง หลอมยาไม่ได้มันก็ไร้ประโยชน์อยู่ดีนั่นแหละ”
“……”
พวกเขาล้วนเห็นถึงท่าทางอันเหน็ดเหนื่อยของปรมาจารย์เฮยแล้วเช่นกัน และเริ่มสะใจขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ เรียกได้ว่ามีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่นเลยทีเดียว
มู่เฉียนซีเห็นเม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นเต็มหน้าปรมาจารย์เฮยเช่นนี้ นางก็แอบคิดในใจว่า ‘ก็แค่ยาลูกกลอนขั้นสวรรค์ระดับหนึ่ง เป็นถึงเพียงนี้เลยเหรอ’
ไม่สิ! ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ยาลูกกลอนแน่นอน แต่อยู่ที่…
พลังจิตของมู่เฉียนซีแผ่ซ่านออกไป และในที่สุดนางก็รู้ว่าปัญหามันอยู่ที่ใด
การหลอมยาลูกกลอนชนิดนี้ไม่มีทางทำให้ยอดปรมาจารย์นักปรุงยาระดับสูงสูญเสียพลังจิตไปมากถึงเพียงนี้ได้แน่นอน แต่มันเป็นเพราะหม้อยาที่แปลกประหลาดนี่ต่างหาก
หม้อยานี้กำลังกลืนกินพลังจิตของปรมาจารย์เฮยอยู่
กลืนกินอย่างละโมบโลภมากราวกับสัตว์ร้ายผู้หิวโหยตัวหนึ่งก็มิปาน ต่อให้พลังจิตของปรมาจารย์เฮยแข็งแกร่งมากเพียงใดก็ไม่เพียงพอต่อการกลืนกินอย่างหิวโหยของมัน
ช่างเป็นหม้อยาที่ช