มู่เฉียนซีกล่าว “ข้าไม่ได้คิดจะอยู่แบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ ตอนนี้หอหมอปีศาจก็มั่นคงแล้ว ในแดนเหนือ หากพวกนั้นกล้าลงมือกับข้าก็ลองดู!”
“พี่ใหญ่ แต่มันก็ยังอันตรายเกินไปจริง ๆ นะ!” เยวี่ยเจ๋อไม่เห็นด้วย
“ตอนนี้พลังของข้าก็ฟื้นคืนกลับมาแล้ว แต่ก็ต้องรีบเพิ่มพลังให้เร็วขึ้นสักหน่อย วิธีการอ่อนโยนมันใช้ไม่ได้ผล! จำเป็นต้องรับแรงกดดันจากภายนอก!” มู่เฉียนซีกล่าว
เยวี่ยเจ๋อจนปัญญาจริง ๆ เขารู้ดีว่าพี่ใหญ่กำลังบีบบังคับตนเองอยู่
เขากล่าวเสียงต่ำว่า “ข้าเข้าใจแล้ว แต่หากว่าเกิดอะไรขึ้นกับพี่ใหญ่จริง ๆ หอหมอปีศาจของเราจะไม่มีทางให้พวกมันได้อยู่เป็นสุขแน่!”
หลังจากที่มอบหมายเรื่องต่าง ๆ ให้เยวี่ยเจ๋อแล้ว มู่เฉียนซีก็พาเหลิ่งหนิงจือออกเดินทางไปยังหุบเขาปีกสวรรค์
เนื่องจากหัวหน้าหุบเขาได้เชิญเหล่าบรรดานักปรุงยามาเป็นจำนวนมาก ท่านผู้อาวุโสเจียงจึงรอต้อนรับแขกเหรื่ออยู่ด้านนอกหุบเขา
ไม่นานนักสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับห้าตัวหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศ ผู้อาวุโสเจียงเรียกศิษย์ไปต้อนรับอย่างรวดเร็ว
“ไม่ทราบว่าเป็นท่านนักปรุงยาท่านใดที่มาหุบเขาปีกสวรรค์ของพวกเรา”
บนร่างสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ท่องนภาตัวนั้นมีคนยืนอยู่ประมาณสี่ห้าคน ชายหนุ่มที่ยืนข้างชายชราชุดคลุมยาวสีขาวกล่าวขึ้นว่า “ท่านอาจารย์ของพวกเราเป็นหัวหน้านักปรุงยาแห่งสำนักเทียนหลิง”
ดวงตาของท่านผู้อาวุโสเจียงเปล่งประกายขึ้น เขายิ้มพลางกล่าวว่า “ที่แท้ก็เป็นท่