่จะช่วย แต่อย่างไรเสียเขาก็รู้ดีว่าเจ้าหนุ่มตรงหน้าผู้นี้มีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดากับมู่เฉียนซี
ก่อนหน้านี้ตอนที่เขาขอร้องให้มู่หรงเฉียนเยี่ยช่วย มู่หรงเฉียนเยี่ยก็รีบไปเชิญมู่เฉียนซีในทันที
ส่วนมู่เฉียนซีในตอนนี้ยังไม่เข้าใจว่าการมีตระกูลนั้นแสดงให้เห็นถึงสิ่งใด มีความหมายใดแฝงอยู่ แต่นางกลับรู้ดีว่าสิ่งที่เสี่ยวไป๋กล่าวมานั้นเป็นความจริงแน่นอน
นางกล่าวเสียงขรึมว่า “ข้าเข้าใจ แต่ว่าตอนนี้เขากำลังลำบาก และข้าไม่อาจทำตัวเป็นคนหูหนวกตาบอดได้! ตอนที่สู้รบกันที่เมืองตงจี๋ เขายืนอยู่ฝ่ายข้า”
มู่เฉียนซีกล่าวกับพวกเขาว่า “เรื่องนี้จะรอชักช้าอยู่ไม่ได้ รีบไปเอาตัวเขามาเถอะ!”
“พวกเจ้ารอก่อน ข้าจะไปเตรียมของบางอย่างให้พวกเจ้า คงจะช่วยให้จัดการได้ง่ายไม่น้อย”
สีหน้าของซวนอีตกตะลึงขึ้น เห็น ๆ กันอยู่ว่ากู้ไป๋อีเล่าเรื่องราวให้เขาฟังอย่างชัดเจนแล้ว แต่เขายังตอบตกลงที่จะช่วย
กู้ไป๋อีกล่าวเสียงต่ำว่า “เพราะว่าเขามองเฟิงอวิ๋นซิวเป็นคนสำคัญเหมือนกับคนอื่น ไม่ว่าต่อไปภายภาคหน้าจะต้องเป็นศัตรูหรือสหายกันก็ตาม ตอนนี้เขาขอแค่ได้ช่วยด้วยใจจริง”
หลังจากที่มู่เฉียนซีเตรียมของบางอย่างให้พวกเขาเสร็จสิ้น กู้ไป๋อีก็ไปกับซวนอี
ทันทีที่พวกเขาออกไป เยวี่ยเจ๋อก็ส่งคนมาแจ้งข่าว มีข่าวของผลวิญญาณหัวใจซ่อนเร้นแล้ว เป็นหนึ่งในสามชนิดของสมุนไพรขั้นปฐพีที่จะหลอมยาหยินหยางอนันต์
เสี่ยวไป๋ไม่อยู่เช่นนี้ แน่นอนว่ามู่เฉีย