ถึงแม้ว่าบุรุษตรงหน้าผู้นี้จะเย็นชา แต่เขาก็รู้สึกผ่อนคลายกว่าบุรุษผู้เย็นยะเยือกราวกับเทพมารผู้นั้นมาก
เยวี่ยเจ๋อกล่าว “ท่านก็คงจะเป็นหัวหน้าตำหนักแห่งตำหนักเป่ยหานกระมัง! ข้าชื่อเยวี่ยเจ๋อ เป็นรองหัวหน้าหอหมอปีศาจ”
กู้ไป๋อีเพียงแค่เหลือบมองเยวี่ยเจ๋อด้วยหางตาเล็กน้อยเท่านั้น สำหรับคนอื่นที่ไม่ใช่มู่เฉียนซีแล้ว น้อยมากที่เขาจะให้ความสนใจ
การปรับตัวของเยวี่ยเจ๋อก็ดีมากเช่นกัน กู้ไป๋อีไม่เปล่งเสียงกล่าวอะไรแต่อย่างใด เขาก็ทำเหมือนกู้ไป๋อีเป็นเพียงแค่อากาศ
“พี่ใหญ่ นี่พี่ใหญ่ยังมีหน้ามาพูดว่าให้ข้าอยู่ดีกินดีอีกเหรอ ช่วงนี้หอหมอปีศาจขยายอำนาจจนข้าเหนื่อยจนสายตัวแทบขาดแล้ว มีเรื่องบางอย่างที่พี่ใหญ่ต้องจัดการเอง แล้ววันนี้ก็อย่าคิดที่จะหนีไปไหนซะก่อนล่ะ!”
มู่เฉียนซีหรี่ตายิ้มพลางกล่าวว่า “ดูท่าแล้วหลายวันที่ผ่านมานี้เจ้าคงจะลำบากและเหนื่อยมาก วันนี้พี่ใหญ่อย่างข้าจะเสียสละอยู่เป็นเพื่อนเจ้า ช่วยงานเจ้าทั้งวันทั้งคืนเลย ไปเถอะ!”
กู้ไป๋อีมองไปที่หญิงสาวผู้กระทำความผิดอย่างกำเริบเสิบสานนั้น นางที่ดูมีชีวิตชีวาเช่นนี้ทำให้หัวใจที่เย็นยะเยือกของเขารู้สึกอบอุ่นขึ้นมาแล้ว
กิจการของหอหมอปีศาจนั้นมากมายยิ่งนัก บอกว่าจะช่วยทำงานทั้งคืนก็ต้องทำงานทั้งคืนจริง ๆ
สิ่งนี้ทำให้กู้ไป๋อีเจ็บปวดใจไม่น้อย เขากล่าว “งานพวกนี้มอบให้เป็นหน้าที่น้องชายผู้นั้นเป็นคนทำก็สิ้นเรื่องแล้ว”
มู่เฉียนซีกรอกตามองบนพลา