ท่านประมุขน้อย!” ผู้อาวุโสคนอื่นต่างคารวะตาม
“คารวะท่านประมุขน้อย!” ศิษย์ของตำหนักเป่ยหานที่อยู่บริเวณโดยรอบเหล่านั้นต่างตะโกนขึ้น
พวกเขามองไปที่ชายหนุ่มที่ยืนข้างกายท่านหัวหน้าตำหนักผู้นั้นด้วยสายตาที่เร่าร้อนแผดเผา ถึงแม้ว่าขั้นพลังวิญญาณจะต่ำ แต่ก็เป็นอัจฉริยะผู้น่าทึ่งที่สุดยอดมากทีเดียว สามารถคว้าชัยชนะคว้าตำแหน่งประมุขน้อยแห่งตำหนักเป่ยหานมาได้
ไม่นานนักกู้ไป๋อีกับมู่เฉียนซีก็กลับไป
เหล่าบรรดาผู้อาวุโสต่างถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก โชคดีมากที่ท่านหัวหน้าตำหนักไม่ได้ผลีผลามลงมือฆ่าใคร
“ซีเอ๋อร์!” เมื่อไม่มีคนนอกอยู่เช่นนี้ หลิงก็มองมู่เฉียนซีด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ความรู้สึกมันช่างแตกต่างไปจากองครักษ์ฝ่ายซ้ายหลิงผู้นั้นโดยสิ้นเชิง
มู่เฉียนซีกล่าว “อารอง ข้าไม่เป็นอะไร! ทักษะวิญญาณใหม่ที่เพิ่งเรียนรู้ไปเมื่อครู่สามารถยับยั้งผู้บำเพ็ญภูตพลังธาตุน้ำแข็งอย่างอวี้ปิงชิงได้พอดี นางทำอะไรข้าไม่ได้หรอก”
“และต่อให้ไม่ได้เรียนรู้ทักษะวิญญาณใหม่ ยาพิษของข้าก็สามารถฆ่านางให้ตายได้ หลานสาวของท่านไม่ใช่คนที่ยอมให้คนอื่นมาเอาเปรียบได้ง่าย ๆ นะ”
“แต่มันก็ยังอันตรายมากอยู่ดี อารองอยากกำจัดเจ้านั่นทิ้งซะ” ใบหน้าของหลิงเผยจิตสังหารออกมา
“อารอง ข้าสูญเสียพลังวิญญาณไปมาก อยากจะพักผ่อนสักครู่”
“งั้นซีเอ๋อร์รีบพักผ่อนเถอะ อารองไม่รบกวนเจ้าแล้ว”
การประลองในครั้งนี้ ชื่อของมู่หรงเฉียนเยี่ยได้ดังก้องไ