ขาไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่ง
กระบี่เฉียนหานดูเหมือนว่าจะรับรู้ได้ถึงเจตนาของเจ้านายแล้ว มันจึงสั่นขึ้นเล็กน้อย
ขอเพียงแค่กู้ไป๋อีต้องการ มันก็พร้อมที่จะพุ่งไปทำลายกำแพงน้ำแข็งนั้นให้พังทลายลงทันที
นี่เป็นครั้งแรกที่ท่านผู้อาวุโสสูงสุดเห็นกู้ไป๋อีตื่นเต้นเช่นนี้ เขายิ้มพลางกล่าวว่า “ท่านหัวหน้าตำหนักไม่ต้องเป็นกังวล ชิงเอ๋อร์เป็นศิษย์ที่ข้าฝึกฝนมากับมือ ถึงแม้ว่านางจะเป็นคนเย็นชา แต่นางก็รู้จักขอบเขต ไม่มีทางทำร้ายมู่หรงเฉียนเยี่ยแน่นอน”
แววตาของกู้ไป๋อีทวีความเย็นยะเยือกยิ่งขึ้น คำพูดของผู้อาวุโสสูงสุดเขาไม่มีทางเชื่อแม้แต่คำเดียว
พื้นที่ของมู่เฉียนซีตอนนี้ยิ่งคับแคบลงมากขึ้นเรื่อย ๆ อวี้ปิงชิงแยกเกราะป้องกันของนางได้อย่างง่ายดาย
ปัง! พลังพลังหนึ่งพุ่งไปที่มู่เฉียนซี และร่างของนางก็กระแทกเข้ากับกำแพงน้ำแข็งนั้น
มุมปากของมู่เฉียนซีปรากฏรอยเลือดสีแดงสดขึ้น แสงสลัววาบผ่านดวงตาของนาง
อวี้ปิงชิงกล่าว “มู่หรงเฉียนเยี่ย คราวนี้เจ้าหนีไปไหนไม่ได้แล้ว! เจ้าคิดอยากจะตายเช่นไรล่ะ ถูกคมศรน้ำแข็งนับหมื่นแทงจนตาย หรือว่าจะใช้กระบี่ของข้าควักหัวใจของเจ้าออกมาให้เจ้าตายดีล่ะ”
ในนี้ไม่มีผู้ใดสามารถมองเห็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ท่าทางผู้ใจดีบริสุทธิ์ผุดผ่องนั้นของอวี้ปิงชิงในตอนนี้พลันโหดร้ายยิ่งกว่าปีศาจเสียอีก มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “อวี้ปิงชิง เจ้าช่างกล้าหาญยิ่งนัก! นึกไม่ถึงจริง ๆ ว่