นายน้อยใหญ่เหลือบมองมู่เฉียนซี ใบหน้าเผยรอยยิ้มราวกับพี่ชายข้างบ้านที่มองมาด้วยความมีน้ำใจพลางกล่าวว่า “ต้องบอกเลยว่าสายตาของท่านหัวหน้าตำหนักนี่เฉียบแหลมยิ่งนัก แต่อย่างไรเสียอายุของเจ้าก็ยังน้อย ระยะเวลาในการฝึกบำเพ็ญก็ค่อนข้างที่จะสั้น ต้องการเอาชนะข้า เจ้ามันยังอ่อนหัดนัก ประลองกระบี่ตาบอด เพื่อที่เจ้าจะไม่ต้องได้รับบาดเจ็บสาหัสให้ท่านหัวหน้าตำหนักปวดใจ ศิษย์น้อง เจ้ายอมแพ้เสียเถอะ!”
มุมปากของมู่เฉียนซียกยิ้มขึ้นเล็กน้อย “เหตุใดเจ้าถึงไม่พูดว่า เพื่อไม่ให้ท่านผู้อาวุโสสูงสุดปวดใจ เจ้ารีบยอมแพ้เสียเถอะล่ะ!”
นายน้อยใหญ่แห่งตำหนักเป่ยหานผู้นี้ ท่านผู้อาวุโสสูงสุดทุ่มเทกายใจฝึกฝนอบรมเลี้ยงดูมาเป็นอย่างดี เมื่อนึกถึงเรื่องที่ผู้อาวุโสสูงสุดทำกับอารองของตัวเอง และเมื่อเห็นเจ้าหมอนี่ นางก็อดที่จะโกรธแค้นไม่ได้!
ตอนนี้ยังจัดการตาเฒ่านั่นไม่ได้ แต่ศิษย์ของเขาแสดงอำนาจข่มขู่นางอยู่ตรงหน้าเช่นนี้ หากไม่ลงมือต้องรู้สึกผิดกับตนเองเป็นแน่
“ศิษย์น้องช่างเย่อหยิ่งอย่างที่คนเขาร่ำลือกันจริง ๆ เช่นนั้นข้าก็คงไม่ต้องยั้งมือไว้ไมตรีแล้ว!”
ทันทีที่แววตาคู่นั้นของเขาแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา จู่ ๆ มือคู่หนึ่งก็ถูกปกคลุมด้วยอัสนีสีเงิน
ทั่วทั้งร่างกายแผ่ซ่านพลังอันน่าเกรงขามออกมาแล้ว ทุกคนตกตะลึงขึ้นทันใด
“มหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับเจ็ด นายน้อยใหญ่ทะลวงระดับเจ็ดได้แล้ว”
“ผู้บำเพ็ญภูตพลังธาตุสายฟ้าขั้นมหาจัก