ก่อนหน้านี้พวกเขามองอวี้ปิงชิงด้วยความรักอย่างสุดซึ้ง
ทว่า ตอนนี้กลับมองเป็นศัตรูไปแล้ว
สถานะของอวี้ปิงชิงในตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว ในฐานะที่เป็นธิดาศักดิ์สิทธิ์ จึงไม่มีสิทธิ์ได้เป็นประมุขน้อย
แต่ใครจะไปคิดล่ะ ว่าจู่ ๆ ท่านหัวหน้าตำหนักจะปลดนางออกจากตำแหน่งธิดาศักดิ์สิทธิ์ และนางทำให้นางได้รับสิทธิ์ในการคัดเลือกครั้งนี้
อวี้ปิงชิงกล่าว “ศิษย์พี่ทั้งหลาย ตำแหน่งประมุขน้อยชิงเอ๋อร์ปรารถนาจะเอามาให้ได้ ศิษย์พี่ทั้งหลายโปรดยั้งมือไว้ไมตรีด้วย”
นายน้อยรองยิ้มพลางกล่าวว่า “น้องชิงเอ๋อร์มั่นใจในตัวเองมากเกินไปหน่อยแล้วกระมัง ท่านพี่กับข้าก็ทะลวงพลังถึงขั้นมหาจักรพรรดิระดับหกแล้ว อาจจะเอาชนะเจ้าได้ก็ได้นะ”
“ระดับหกอย่างนั้นเหรอ?” อวี้ปิงชิงยิ้มมุมปากเล็กน้อย พลังที่แผ่ซ่านออกมาของนางนั้นกลับทำให้พวกเขาถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ “พวกเราก็เปรียบเสมือนเป็นพี่เป็นน้องกัน หากชิงเอ๋อร์ได้กลายเป็นประมุขน้อย ชิงเอ๋อร์จะไม่ทำให้ศิษย์พี่ทั้งหลายลำบากแน่นอน แต่หากปล่อยให้คนของท่านหัวหน้าตำหนักได้เป็นประมุขน้อยแล้วละก็ ศิษย์พี่ทั้งหลายคิดเหรอว่าจะอยู่เย็นเป็นสุข ได้โปรดศิษย์พี่ทั้งหลายคิดทบทวนดูให้ดี ๆ”
อวี้ปิงชิงกล่าวจบก็หันหลังเดินจากไปทันที
ทั้งสี่มองดูร่างอันเพรียวบางนั้นเดินจากไป สีหน้าของพวกเขาก็เขียวคล้ำขึ้นด้วยความไม่พอใจ
ก่อนที่การประลองจะเริ่มขึ้น มู่เฉียนซีกับกู้ไป๋อีก็มาได้ทันเวลา
กู้ไ