ะต้องพ่ายแพ้ไปอย่างไม่ต้องสงสัย”
มู่เฉียนซีชักกระบี่ยาวเล่มหนึ่งออกมา นางยิ้มพลางกล่าวว่า “การประลองยังไม่ทันเริ่ม เจ้าก็กล่าววาจาโอ้อวดซะใหญ่โตแล้ว ไม่กลัวคนอื่นจะหัวเราะเยาะทีหลังหรอกเหรอ!”
“กระบี่! มู่หรงเฉียนเยี่ยใช้กระบี่แล้ว!”
“คราก่อนตอนที่ลงมือกับนายน้อยสี่และพวก เขาไม่ได้ใช้กระบี่นะ!”
“ท่านหัวหน้าตำหนักโปรดปรานเขาปานนั้น คาดว่าคงได้รับวิชามาจากท่านหัวหน้าตำหนักเป็นแน่ ต้องเก่งกาจมากแน่ ๆ”
กระบี่ยาวกวัดแกว่งเป็นเส้นโค้ง ตัดผ่านอากาศ มู่เฉียนซีตะโกนขึ้นอย่างเย็นชาว่า “เงาจันทราหนาวเหน็บ!”
ภายในชั่วพริบตาเดียว เงาจันทราเงาหนึ่งโจมตีลงมาอย่างเยือกเย็น ทั้งรวดเร็วและดุดันมาก
ศิษย์ธรรมดาทั่วไปอาจจะไม่รู้จักกระบวนท่านี้ แต่เหล่าบรรดาผู้อาวุโสทุกท่านล้วนแต่ตกตะลึงพรึงเพริดขึ้นแล้ว
“นึกไม่ถึงจริง ๆ ว่าท่านหัวหน้าตำหนักจะสอนกระบวนท่าสุดยอดเช่นนี้ให้มู่หรงเฉียนเยี่ย”
“แต่สิ่งที่ทำให้ข้าไม่อยากเชื่อมากไปกว่านั้นก็คือเจ้ามู่หรงเฉียนเยี่ยฝึกฝนจนบรรลุกระบวนท่านี้แล้ว เขาฝึกฝนไปได้นานแค่ไหนกัน”
“……”
“เงาจันทราหนาวเหน็บ! นึกไม่ถึงจริง ๆ ว่าจะเป็นกระบวนท่าเงาจันทราหนาวเหน็บ!”
เมื่ออวี้ปิงชิงเห็นเงาจันทราหนาวเหน็บนั้นเข้า แววตาของนางก็ทวีความเย็นยะเยือกขึ้นยิ่งกว่าเงาจันทราหนาวเหน็บนั้นเสียอีก
ในใจเกิดความอิจฉาริษยาจนแทบจะบ้าคลั่งแล้ว แม้แต่กระบวนท่าสุดยอดนี้ ท่านหัวหน้าตำหนักก็ฝึกฝนให้เจ้าน