์อยู่อีกหรือไม่!”
ตอนนี้นายน้อยรองแทบจะหาที่เข้าไปมุดหัวแล้ว กว่าจะทะลวงพลังขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับหกได้นั้นมันไม่ง่ายเลย และยังไม่ทันแสดงความสามารถอย่างเต็มที่ก็ต้องมาเจอกับผู้ประหลาดเช่นนี้แล้ว เขารู้สึกอับอายขายหน้าเป็นอย่างยิ่ง
นายน้อยใหญ่ที่เดิมทีดูถูกมู่เฉียนซี ตอนนี้กลับจ้องมองมู่เฉียนซีด้วยแววตาราวกับเหยี่ยว
มีมู่หรงเฉียนเยี่ยผู้นี้อีกคน นอกจากอวี้ปิงชิงที่เป็นศัตรูแล้ว เขายังมีมู่หรงเฉียนเยี่ยที่เป็นศัตรูเพิ่มมาอีกคน
หลังจากการประลองสิ้นสุดลง มู่เฉียนซีกล่าวกับกู้ไป๋อีว่า “เสี่ยวไป๋ ข้าไม่ได้ทำให้เจ้าขายหน้าหรอกกระมัง!”
“ซีเอ๋อร์ทำได้ยอดเยี่ยมมาก” กู้ไป๋อีกล่าว
ทุกครั้งที่อวี้ปิงชิงเห็นทั้งสองคนพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน นางมักจะมีความรู้สึกอย่างพรวดเข้าไปสับเนื้อมู่หรงเฉียนเยี่ยเป็นหมื่น ๆ ชิ้น
เพียงอีกไม่นาน! อีกไม่นานแล้ว เจ้ามู่หรงเฉียนเยี่ยผู้นี้ก็จะหายสาบสูญไปจากโลกใบนี้แล้ว จะไม่มีทางปรากฏตัวต่อหน้าท่านหัวหน้าตำหนักได้อีกต่อไปแล้ว
การประลองในรอบสิบหกคนสุดท้ายสิ้นสุดลง ต่อมาก็เป็นการประลองเข้ารอบสี่คนสุดท้าย
แต่ละครั้งที่จับฉลากมู่เฉียนซีโชคไม่ดีเอาซะเลย ครั้งนี้นางจับฉลากได้นายน้อยใหญ่!
ส่วนนายน้อยสี่ก็โชคไม่ดีเช่นกัน เพราะเขาจับฉลากได้คู่ต่อสู้เป็นอวี้ปิงชิง
เขารู้ดีอยู่แก่ใจว่าตนเองไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมู่หรงเฉียนเยี่ย มีเพียงแค่อวี้ปิงชิงกับพี่ใหญ่เท่านั้นที่สามารถ