่จะสามารถข้ามหัวหัวหน้าตำหนักอย่างเจ้าได้ ใครกันที่ควบคุมตำหนักเป่ยหาน?”
ถึงแม้ว่าเสี่ยวไป๋จะไม่ค่อยสนใจเรื่องอื่นนอกจากการฝึกบำเพ็ญ แต่ผู้อาวุโสสูงสุดก็ไม่เพียงพอที่จะสามารถกำจัดเสี่ยวไป๋ไปให้พ้นทางได้
กู้ไป๋อีกล่าว “นั่งลงเถิด ข้าจะค่อย ๆ อธิบายให้เจ้าฟัง! สถานการณ์ในดินแดนสี่ทิศมันไม่ได้ง่ายดายถึงเพียงนั้น!”
ในศาลามีสายลมพัดไหวเบา ๆ หลิงเดินเข้ามาและกล่าวว่า “เกิดเรื่องอะไรขึ้น เหตุใดถึงได้กลับมาเร็วเช่นนี้?”
มู่เฉียนซีกล่าว “ตาเฒ่าพวกนั้นมันช่างน่ารังเกียจเกินไปแล้ว ตัดสินใจโดยที่ไม่ได้รับความยินยอมจากเสี่ยวไป๋เลย”
เดิมทีมู่เฉียนซีคิดว่าเสี่ยวไป๋ก็เพียงแค่ถูกควบคุมอำนาจเท่านั้น พอมาดูตอนนี้ก็รู้แล้วว่ามีประโยชน์ไม่ต่างอะไรกับตัวนำโชค
กู้ไป๋อีรินน้ำชาให้มู่เฉียนซีจอกหนึ่ง จากนั้นจึงกล่าวอย่างเชื่องช้าว่า “ดินแดนสี่ทิศมีกองกำลังใหญ่อยู่สามกองกำลัง นั่นก็คือตำหนักตงจี๋ ตำหนักเป่ยหาย และแคว้นเทพฟ้านอิน”
“แคว้นเทพฟ้านอินเป็นกองกำลังอิสระ แต่เบื้องหลังของตำหนักตงจี๋กับตำหนักเป่ยหานถูกควบคุมโดยกองกำลังระดับห้าสองกองกำลังในแดนซวนเทียน ผู้ที่ควบคุมตำหนักตงจี๋ก็คือราชวงศ์ตงหวง พวกกลุ่มคนชุดขาวที่ปรากฏตัวขึ้นในเมืองเหยียนในครั้งนั้น คนเหล่านั้นคือเหล่าองครักษ์ไป๋ของราชวงศ์ตงหวง”
“ส่วนผู้ที่อยู่เบื้องหลังควบคุมตำหนักเป่ยหานก็คือวังเป่ยกงหรือว่าวังเหนือ”
มู่เฉียนซีได้ยินเช่นนี้ผงะไป “กองกำล