นนั้น”
กู้ไป๋อีมองมู่เฉียนซีอย่างลึกซึ้ง “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าจะอยู่ข้างเดียวกับเจ้า”
มู่เฉียนซีกล่าว “เสี่ยวไป๋ ข้าอันตรายกว่าที่เจ้าจินตนาการเอาไว้มาก เจ้าอยากช่วยข้า แต่ข้าไม่อยากให้เจ้าเป็นอะไรเลยแม้แต่น้อย”
“ซีเอ๋อร์ เจ้าไม่ต้องกังวลไป บางทีเมื่อถึงตอนนั้น อาจจะไม่ใช่เจ้าที่ทำให้ข้าลำบาก อาจจะเป็นข้ามากกว่าที่ทำให้เจ้าต้องลำบาก”
ภายในเวลาไม่นานก็ได้รู้เรื่องราวมากมายออกมาจากปากเสี่ยวไป๋ มู่เฉียนซีรู้สึกปวดหัวเล็กน้อย
การสูดดมกลิ่นชาจาง ๆ รสชาติที่กลมกล่อมนั้นจึงทำให้มู่เฉียนซีสงบลง
“ตอนนี้ข้าคือมู่หรงเฉียนเยี่ย ไม่ใช่มู่เฉียนซี ทางด้านตำหนักตงจี๋ไม่มีทางหาข้าเจอ สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือใช้ประโยชน์จากตัวตนนี้แก้ไขปัญหาของอารองให้เร็วที่สุด ส่วนเรื่องอื่นค่อยว่ากัน”
ทั้งสองที่เสี่ยวไป๋กล่าวมานั้นล้วนเป็นพันธสัญญากับนางทำให้นางตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายมาก แต่นางรู้ว่าสิ่งใดที่นางควรทำให้สำเร็จมากที่สุดในตอนนี้
จากนั้น มู่เฉียนซีก็ยิ่งฝึกฝนอย่างสุดชีวิต ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ยิ่งมีพลังแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ก็ยิ่งปกป้องตัวเองได้มากขึ้นเท่านั้น
หลายวันต่อมา มีคนเข้ามาส่งข่าวว่า “คุณชายมู่หรง การคัดเลือกนายน้อยตำหนักกำลังจะเริ่มขึ้น ไม่ทราบว่าคุณชายจะเข้าร่วมหรือไม่”
.