กู้ไป๋อีไม่ได้คัดค้านแต่อย่างใด และตอบตกลงทันที “ตกลง!”
เมื่อเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ทุกคนต่างก็ตะลึงงันกันยกใหญ่
“มู่หรงเฉียนเยี่ยผู้นั้นพอได้รับความโปรดปรานความไว้วางใจก็จะเย่อหยิ่งเกินไปแล้วกระมัง! นึกไม่ถึงเลยว่าจะให้องครักษ์ฝ่ายซ้ายไปเป็นคู่ฝึกซ้อม ความแข็งแกร่งเพียงเล็กน้อยเช่นนั้นของเขาเหมาะสมจะเป็นคู่ซ้อมของยอดฝีมืออย่างองครักษ์ฝ่ายซ้ายได้ยังไงกันเล่า”
“องครักษ์ฝ่ายซ้ายเป็นคนที่ยุติธรรมเที่ยงตรงไม่เห็นแก่หน้าผู้ใดทั้งสิ้น หากไม่ใช่เพราะมีท่านหัวหน้าตำหนักคอยปกป้องมู่หรงเฉียนเยี่ยอยู่ คาดว่าองครักษ์ฝ่ายซ้ายคงจะตัดหัวเจ้าหนุ่มผู้ไม่รู้จักชั่วดีผู้นั้นไปแล้ว”
“……”
และเมื่อผู้อาวุโสสูงสุดได้ยินข่าวนี้เข้าก็ขมวดคิ้วขึ้นทันที
“นับตั้งแต่มู่หรงเฉียนเยี่ยผู้นี้เข้ามาในตำหนักเป่ยหาน ข้าก็คาดเดาความคิดความอ่านของท่านหัวหน้าตำหนักไม่ถูกแล้ว ปกติท่านหัวหน้าตำหนักชอบเก็บตัวฝึกบำเพ็ญอย่างเดียว แต่ตอนนี้กลับไม่เข้าไปเก็บตัวฝึกบำเพ็ญเหมือนเดิมแล้ว” ผู้อาวุโสสูงสุดกล่าวเสียงขรึม
ผู้อาวุโสท่านหนึ่งที่อยู่ข้างเขากล่าวว่า “ที่ท่านหัวหน้าตำหนักไม่เคยสนใจในสตรี เกรงว่าจะเป็นเพราะ…”
“หุบปาก! เรื่องของท่านหัวหน้าตำหนัก พวกเราจะเอามาวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้” ผู้อาวุโสสูงสุดกล่าวตำหนิ
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็กล่าวขึ้นว่า “มู่หรงเฉียนเยี่ยผู้นั้นขอคนของข้า ข้าให้เขาก็ถูกต้องแล้ว อย่างไรเสียหลิงก็อยู