ะทำนี้ของกู้ไป๋อีมากเช่นกัน แต่เดิมทีแล้วท่านหัวหน้าตำหนักก็ไม่เหมือนกับหัวหน้าตำหนักอื่นทั่วไปอยู่แล้ว
เขาไม่เคยครุ่นคิดพิจารณาว่าตำหนักเป่ยหานจะเป็นเช่นไร ไม่เคยคิดว่าการที่ตำหนักเป่ยหานสูญเสียยอดฝีมือระดับสูงสุดไปคนหนึ่งแล้วจะเป็นเช่นไร
ผู้อาวุโสอื่นที่มองอยู่ต่างก็ตกใจกลัวจนอกสั่นขวัญหาย กลัวว่าท่านหัวหน้าตำหนักจะฆ่าพวกเขาไปโดยไม่กล่าวสิ่งใดเหมือนเช่นนี้
ตกลงเจ้ามู่หรงเฉียนเยี่ยผู้นั้นเป็นใครมาจากไหนกันแน่?
เพื่อเขาแล้ว ท่านหัวหน้าตำหนักถึงกับยอมเสียนายน้อยทั้งสาม อีกทั้งยังลงมือฆ่าผู้อาวุโสห้าอีกด้วย
ผู้อาวุโสสูงสุดก็กลัวกู้ไป๋อีจะลงมืออีก เขาจึงรีบกล่าวขึ้นว่า “พวกเขาเหล่านี้เพียงแค่มองดูอยู่เฉย ๆ ไม่สนใจสิ่งใด สมควรยึดตำแหน่งผู้อาวุโสกลับคืนทั้งหมดและไล่ออกไปจากตำหนักเป่ยหาน! ท่านหัวหน้าตำหนักลงโทษเขาเช่นนี้ เป็นเช่นไรขอรับ?”
ตำหนักเป่ยหานเป็นที่พึ่งพิงที่พักอาศัยของพวกเขา การลงโทษเช่นนี้นับว่าเป็นการลงทัณฑ์พวกเขาอย่างโหดร้ายราวกับกลับอยากให้ตายทั้งเป็น พวกเขาล้วนตั้งตัวไม่ทัน มันกระทันหันราวกับสายฟ้าฝ่าลงมา!
นึกไม่ถึงเลยว่าเพียงแค่พวกเขากลัวตำแหน่งของผู้อาวุโสห้า มองดูผู้อาวุโสห้าจัดการเจ้าหนุ่มที่เพิ่งเข้าตำหนักมาใหม่ พวกเขาก็ได้สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้สร้างมาจนหมดสิ้น
“ไสหัวออกไป!” กู้ไป๋อีกล่าวอย่างเย็นชา
ครั้นแล้วคนเหล่านี้ก็เดินจากไปด้วยความซาบซึ้งในบุญคุณ
ภายในตำห