กว่าที่นายน้อยห้าจะรู้ตัวนั้นมันก็สายไปเสียแล้ว
ทันทีที่ทักษะโยวหลัวโจมตีไป เขาก็ไม่สามารถต้านทานได้
เสียง ตูม! ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้น ร่างของนายน้อยห้าล้มลงไปบนลานประลองที่แตกระแหงนั้น
เปรี้ยง! ลานประลองอันแข็งแกร่งได้แตกออกเป็นเสี่ยง ๆ
“ลานประลองนี้อย่างน้อยก็สามารถรองรับพลังของมหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับหกได้! แต่นี่มัน…นี่มันแตกเป็นเสี่ยง ๆ เช่นนี้แล้ว…”
“นั่นก็หมายความว่า การโจมตีเมื่อครู่ของมู่หรงเฉียนเยี่ย อย่างน้อยก็ต้องเป็นพลังของมหาจักรพรรดิระดับหกอย่างนั้นเหรอ”
“แต่เมื่อครู่ก็เห็น ๆ กันอยู่ว่าพลังของมู่หรงเฉียนเยี่ยเป็นเพียงขั้นจักรพรรดิแห่งภูตระดับหก ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าจะมีทักษะวิญญาณใดที่แข็งแกร่งจนสามารถต่อสู้ข้ามขั้นใหญ่ ๆ เช่นนี้ได้”
“การที่เจ้าไม่เคยได้ยินก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่มีอยู่นะ ได้ยินมาว่าเมื่อก่อนท่านหัวหน้าตำหนักเป็นถึง…”
ในตอนนี้ผู้อาวุโสห้าที่นั่งชมการประลองอยู่ก็เผยแววตาที่เคร่งขรึมออกมา ผู้อาวุโสห้าหันไปมองอวี้ปิงชิงที่นั่งด้วยท่าทีสงบอยู่ข้าง ๆ “ชิงเอ๋อร์ เจ้ามองมู่หรงเฉียนเยี่ยผู้นี้เช่นไร”
อวี้ปิงชิงกล่าว “อาศัยแค่ทักษะวิญญาณที่แข็งแกร่ง ไม่ได้น่ากลัว”
ผู้อาวุโสห้ากล่าว “นั่นมันก็ไม่แน่นะ ข้ากลับรู้สึกว่า เขาจะกลายเป็นมู่เฉียนซีคนต่อไป”
“มู่เฉียนซี!” อวี้ปิงชิงพ่นสามคำนี้ออกมาด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
ในดินแดนสี่ทิศตอนนี้ไม่มีผู้ใดที่ไม่รู้จักชื่อนี