นายน้อยเจ็ดกล่าว “งั้นเจ้าก็ว่ามา หากเจ้าชนะเจ้าต้องการสิ่งใด?”
ตอนนี้เขาคิดเพียงแค่อยากประลองเต็มทีแล้ว!
มู่เฉียนซีกล่าว “หากข้าชนะ เจ้าต้องมอบแหวนมิติของเจ้าให้ข้า”
“เจ้ามันโลภมากจริง ๆ!”
มู่เฉียนซียิ้มพลางกล่าว “หรือว่านายน้อยเจ็ดจะคิดว่าแหวนมิติของของนายน้อยสำคัญกว่าไขกระดูกน้ำแข็งหมื่นปี”
“ไม่ใช่เช่นนั้นแน่นอน!” หากชิงเอ๋อร์ต้องตาสิ่งของที่อยู่ในแหวนมิติของเขา เขาคงไม่ต้องตามจีบนางนานถึงเพียงนี้
“ข้าตกลง! จะประลองกันเมื่อไหร่ล่ะ”
มู่เฉียนซีกล่าว “ตอนนี้!”
“ดี!” นายน้อยเจ็ดดีใจมาก
สนามการประลองของตำหนักเป่ยหานในตอนนี้มีคนจำนวนมาก พวกเขาต่างก็พากันมาชมการประลองนี้ นี่เป็นถึงการประลองของนายน้อยเจ็ดเชียวนะ
แม้ว่าคู่ต่อสู้ของนายน้อยเจ็ดจะไม่ได้แข็งแกร่งมาก ไม่มีอะไรน่าดู และผลลัพธ์ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่พวกเขาก็ไม่อยากพลาด
บนลานประลอง นายน้อยเจ็ดมองไปที่มู่เฉียนซี “เจ้าหนุ่ม ข้าขอเตือนเจ้า รีบยอมแพ้แล้วส่งของมาให้ข้าแต่โดยดีเถอะ! เจ้าจะได้ไม่ต้องเจ็บตัว”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเกียจคร้านว่า “เจ้าไม่ต้องพูดจาไร้สาระให้มากความหรอกนะ จะประลองก็รีบประลองเถอะ!”
“เจ้ารนหาที่ตายเองนะ อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจล่ะ”
ทันทีที่คำพูดอันโหดร้ายนั้นของนายน้อยเจ็ดสิ้นเสียงลง ร่างของเขาก็เคลื่อนไหวไปอย่างรวดเร็ว ลมพายุอันหนาวเหน็บพุ่งตัดผ่านอากาศไปที่คอ หัวใจ และโจมตีไปที่จุดอันตรายต่อชีวิตของมู่เฉียนซี