ำไม่สำเร็จ ต่อมาเขาจึงให้ยาลูกกลอนบีบบังคับให้พลังวิญญาณเพิ่มขึ้นจนถึงขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับหนึ่ง
มหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับหนึ่งผู้นี้ ไม่สมชื่อเลยจริง ๆ!
ดวงตาของมู่เฉียนซีเปล่งประกายขึ้น นางลงมือโจมตีเขาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว “บุปผาหลั่งสายฝน”
เมื่อครู่ถูกมู่เฉียนซีโจมตีจนต้องถอยหลังไป ช่างเป็นความอับอายของเขายิ่งนัก นายน้อยเจ็ดจึงกล่าวด้วยความโกรธเกรี้ยวว่า “มู่หรงเฉียนเยี่ย เจ้าอย่าได้ลำพองใจเร็วไปหน่อยเลย”
พลังวิญญาณในร่างเขาพรั่งพรูออกมาอย่างบ้าคลั่ง พลังนี้เป็นพลังที่กดขี่ข่มเหงยิ่งนัก!
“นี่นายน้อยเจ็ดจะเอาจริงแล้วเหรอ?”
“เมื่อครู่ที่ถูกมู่หรงเฉียนเยี่ยโจมตีจนถอยหลังไป ที่แท้ก็ยังยั้งมือเอาไว้นี่เอง!”
นายน้อยเจ็ดกล่าวอย่างเย่อหยิ่งว่า “วันนี้ ข้าจะทำให้เจ้าต้องคุกเข่าขอร้องอ้อนวอนข้าให้ได้”
มีดวายุนับไม่ถ้วนพุ่งไปห้อมล้อมมู่เฉียนซีอย่างบ้าคลั่ง
“มีดวายุร่ายระบำ”
มีดวายุตกลงมาบนลานประลองจนเกิดร่องรอยขึ้นนับไม่ถ้วน
วัสดุที่ใช้สร้างลานประลองนี้เป็นวัสดุพิเศษ มีความแข็งและทนทานมาก แต่เมื่อโดนมีดวายุนี้กระหน่ำลงมายังเกิดรอยได้ เช่นนั้นแล้วถ้าหากการโจมตีนี้โดนร่างคนเข้าแล้วละก็ ต้องเกิดบาดแผลลึกจนเห็นกระดูกเป็นแน่
ฝีมือคนผู้นี้ที่ตำหนักเป่ยหานกองกำลังระดับสามอบรมเลี้ยงดูออกมานั้นไม่ได้อ่อนหัดเลย ร่างของมู่เฉียนซีเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว หลบหลีกการโจมตีนี้ของเขาได้
ความเร็วนี้ของน