ับไม่ถ้วน
แม้แต่เหลิ่งหนิงจือเพียงคนเดียว เขาก็รับมือไม่ไหวแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหุ่นเชิดผู้นั้นเลย
ชายชุดขาวกัดฟันกรอดพลางกล่าวออกมาว่า “เหลิ่งหนิงจือ ข้าไม่มีวันปล่อยเจ้าไปแน่นอน”
จู่ ๆ พลังทั้งหมดในร่างกายเขาก็รุนแรงขึ้น ครั้งนี้ไม่ใช่การบีบบังคับใช้ทักษะลับอีกต่อไป แต่เป็นการทำลายตัวเอง
สีหน้าของเหลิ่งหนิงจือพลันเปลี่ยนไป อยากจะหนีแต่อีกฝ่ายต้องการพัวพันกับนางอย่างสุดชีวิต นางไม่สามารถสลัดหลุดออกไปได้เลย
เขาตั้งใจจะลากนางให้ตายไปพร้อมกับเขา!
“เหอะ ๆ ๆ! ต่อให้ข้าต้องตาย ข้าก็จะทำภารกิจที่พระนางมอบให้ให้สำเร็จ” ใบหน้าของชายชุดขาวเผยรอยยิ้มอันบ้าคลั่งออกมา
“ชิงอิ่ง!”
มู่เฉียนซีพุ่งออกไปตรงหน้าเหลิ่งหนิงจือ ชิงอิ่งพัวพันกับชายชุดขาวผู้นั้น ส่วนมู่เฉียนซีลงมือผลักเหลิ่งหนิงจือออกไป
ร่างเหลิ่งหนิงจือกระเด็นลอยออกไป นางตะโกนขึ้นด้วยความตกใจว่า “เจ้า…นี่เจ้าทำอะไรของเจ้า?”
คนผู้นี้ไม่ใช่เห็นแก่พลังความแข็งแกร่งของนางเพื่อที่จะใช้งานนางหรอกเหรอ หากตายไปแล้วนางจะทำงานให้ผู้ใดกันล่ะ
เหลิ่งหนิงจือตะโกนขึ้นว่า “มู่เฉียนซี นี่เจ้าบ้าไปแล้วหรือไง?”
ในตอนนี้เอง น้ำเสียงอันราบเรียบก็ดังขึ้น “ข้าก็ปกติดีทุกอย่างนะ”
เหลิ่งหนิงจือยังไม่ทันกลับไป จู่ ๆ พลังอันมหาศาลก็ได้ปะทุออกมาจากร่างชายชุดขาวผู้นั้น คลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวแผ่กระจายออกมาโดยมีชายชุดขาวผู้นั้นเป็นศูนย์กลาง
อู๋ตี้กับเสี่ยวหงลากเหล