เยวี่ยเจ๋อกล่าวว่า “เจ้าเป็นคนของพี่ใหญ่ ข้าจะปล่อยให้เจ้าเป็นอะไรไปไม่ได้เด็ดขาด”
“คนพวกนั้นเป็นยอดฝีมือระดับสูงสุด พวกเจ้าไม่มีผู้ใดสามารถรับมือกับพวกมันได้ หากพวกเจ้าอยากให้นางเดือดร้อนแล้วละก็ พวกเจ้าไม่ต้องไปก็ได้”
แน่นอนว่าเยวี่ยเจ๋อนึกถึงความปลอดภัยของมู่เฉียนซีเป็นอันดับแรก ยอดฝีมือระดับสูงสุด? เล่นนั้นพวกเขาก็คงไม่สามารถช่วยอะไรได้
ครั้นแล้ว เยวี่ยเจ๋อกับพวกจึงล่าถอยไป ภายใต้การกดขี่ของจิตสังหารเหล่านั้นที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งหุบเขาหานซิน ทำให้ทุกคนล้วนแต่ล่าถอยออกไป
ทันใดนั้นร่างในชุดขาวสิบกว่าร่างก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเหลิ่งหนิงจือ สีหน้าของเหลิ่งหนิงจือเคร่งขรึมลง นางกล่าวอย่างเย็นชาว่า “มู่หลินหลางช่างดูถูกข้าเกินไปแล้วกระมัง! ที่ส่งองครักษ์ไป๋ที่ไม่ได้เรื่องอย่างพวกเจ้ามาจับข้าเช่นนี้”
คำว่าไม่ได้เรื่องทำให้คนเหล่านี้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นแล้ว “ร่างกายของเจ้าได้รับบาดเจ็บสาหัส พลังของเจ้าก็ลดลงต่ำถึงขั้นนี้ พวกข้าจัดการเจ้าได้ไม่ยากหรอก!”
“คุณหนูเหลิ่ง อย่าได้ดึงดันอีกต่อไปเลยนะ”
พลันนั้นร่างของเหลิ่งหนิงจือก็กระพริบขึ้น จากนั้นนางก็กล่าวออกมาอย่างเย็นชาว่า “พวกเจ้าไปตายซะเถอะ!”
ฝ่ายตรงข้ามมีจำนวนคนมากมาย ที่มาจากอีกด้านหนึ่ง หากพลังของนางฟื้นฟูกลับมาเป็นเหมือนเดิม นางก็สามารถหลบหนีได้ไม่มีปัญหา
แต่ตอนนี้ความแข็งแกร่งของนางยังไม่ฟื้นฟูกลับมา นางจึงไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว
“ตูม!”